OCFF-First class Admin Enterbook
Would you like to react to this message? Create an account in a few clicks or log in to continue.

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

+2
DarkPhoenix
Admin
6 posters

Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  Admin Wed May 02, 2012 12:23 am

เจ้าของเควส :ปิเอโร่โซเรน
สถานที่:ปราสาทขาวลึกลงไปยังป่าหิมะต้องสาป

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Neuschwanstein_castle_germany

จำนวนเทิร์นอย่างต่ำ : 4 เทิร์น
จำนวนผู้เล่นที่กำหนด : 4 คน
รางวัลเควส(ผู้เล่น) : ส้มโอหวานลูกสาวสวย
รางวัลเควส(ผู้ให้คำแนะนำการแต่ง) : แพนโดร่าโกร่าอูมามิ
รางวัลเควส(ผู้เข้าชม+คอมเม้น) : คฑาสาวน้อยเวทย์มนต์ีรุ่นพกพา



รายละเอียด : พอดีผมไม่ค่อยจะว่าง อยากวานให้ทุกๆท่าน ช่วยไปส่งของให้ท่านเลดี้มารีอา *ยื่นกล่องสีขาวให้ทุกคนดู* กรุณารักษายิ่งชีพด้วย ห้ามเปิดออกกลางทาง
ห้่ามทำตก ห้ามให้เปียก ห้ามให้มีรอยขีดข่วนใดๆทั้งสิ้นนะครับ ผมขอฝากด้วย


ปล.อย่าคิดใช้พลังเวทย์อาณาเขตนี้เป็นของเลดี้มารีอา สงวนการใช้เวทย์ใดๆทั้งสิ้นครับ ใช้ได้เพียงทักษะการต่อสู้ทีมีมาตั้งแต่เกิด
พวกมนต์เรียกน้ำเรียกฝนเรียกไฟก้ไม่ได้เช่นกันครับ

NPCที่ต้องเจอ กระต่ายกินคน หมีหิมะน้ำแข็ง เสือเขี้ยวมรณะ โคลนหิมะดูด

ห้า่มฆ่าNPC

การส่งเทริ์น วันที่7-11






แก้ไขล่าสุดโดย Admin เมื่อ Tue May 08, 2012 3:24 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง
Admin
Admin
Admin

จำนวนข้อความ : 67
Join date : 24/04/2012

https://ocff.forumth.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  DarkPhoenix Wed May 02, 2012 12:26 am

Turn 1



ตั้งแต่สามีที่รักจากโลกนี้ไปก็ผ่านมานานแสนนาน

ปราสาทหิมะขาวบริสุทธิ์นี้แลดูเงียบเหงาเหลือเกิน

ลูกชายตัวน้อยพักหลังก็ไม่ค่อยมาเยี่ยมกันบ้างเลย

ต้องเป็นเพราะ...ยัยคู่หมั้นตัวแสบนั่นแน่ๆ คิดแล้วมันน่าหงุดหงิดนัก!

มารีอา เจมส์ เพโทรน




“ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยนะครับทุกคน” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงสดใสพร้อมหน้ากากปิดบังใบหน้าอยู่เสมอพูดอย่างร่าเริง เขาขยิบตาให้แล้วเอานิ้วชี้มาแนบที่ปากอย่างน่าเอ็นดู “ห้ามแอบเปิดดูล่ะ”


“อื้อ!” มังกรหนุ่มยิ้มกว้างแล้วยื่นมือไปรับกล่องแต่กลับถูกใครบางคนแย่งไปเสียก่อน เขาหันไปจ้องมองคนข้างๆ แทบจะทันที “แง่ง เอาคืนมานะ!”


“จะบ้าหรือไงถ้าให้คนอย่างนายถือไว้...” หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มเท้าสะเอวข้างหนึ่งอย่างวางมาด “มีหวังได้แอบกินเข้าไปแหงๆ!”


“โจ๊กเกอเรริเน่ใจร้ายอ่า โฮ~” เครมิสลงไปนั่งกอดเข่าจิ้มพื้นอย่างงอนๆ แอบสงสัยตาหงอยๆ เรียกคะแนนสงสารไปหาชายอีกสองคน แต่ผลตอบรับคือ...


“ยัยนี่พูดถูกแล้ว มังกรติงต๊องแบบนายได้กินเข้าไปชัวร์!” เรย์คุทำหน้าเบื่อโลกทำนองว่า ‘ทำไมต้องมาร่วมงานกับเจ้าพวกนี้อีกแล้ว’ เขาหันไปมองผู้ร่วมภารกิจคนสุดท้าย “นายก็ยังทำหน้าตายไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม น่าเบื่อชะมัด!”


“เจ้าก็พูดจาน่ารำคาญเหมือนเคย” หญิงสาว เอ๊ย ชายหนุ่มผู้มาพร้อมเรือนผมอันยาวเหยียดชนิดแอบเหนื่อยแทนเวลาต้องอาบน้ำสระผม เขาเดินเข้าไปหาปิเอโร่ผู้เป็นคนไหว้วานแล้วเอ่ยถาม “ขอรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ด้วย”


“คร้าบๆ คุณหลงเฟยก็ยังคงแผ่ไอเย็นจนแอบหนาวเสมอเลยนะเนี่ย” ปิเอโร่แกล้งทำหน้าเบ้เหมือนรู้สึกหนาวจริงๆ แต่พออีกฝ่ายไม่รับมุขก็หัวเราะแก้เก้อแล้วยื่นกระดาษสองสามแผ่นให้ “ไปอ่านเองแล้วกันนะครับ”


“อืม” หลงเฟยตอบด้วยใบหน้าเรียบๆ แล้วหันไปหาอีกสามคน “พวกเจ้าเลิกเล่นได้แล้ว”


“ไม่ต้องทำมาเป็นสั่งเลย!” เรย์คุตวาดลั่นทำท่าจะหาเรื่องชกต่อยกันสักหมัดสองหมัดเป็นการอุ่นเครื่องก่อนแข่งจริง แต่ก็ต้องจำใจหักห้ามเอาไว้...


ชิ ถ้าไม่ใช่เพราะฉันอยากรีบทำงานนี้ให้มันเสร็จๆ แล้วกลับไปลั้นลาอยู่ในห้องพยาบาลกับลู... ไม่ๆ หมายถึงกลับไปห้องพักแช่น้ำยาฆ่าเชื้อต่างหาก!


“ทำไมเรย์คุนาวิเยโน่หน้าแดงล่ะ ไม่สบายเหรอ?” เครมิสกระพริบตาปริบๆ พลางเอื้อมมือมาสัมผัสหน้าผากเหมือนที่แม่ของเขาชอบทำ “เอ...ก็ไม่มีไข้นี่นา”


“ไม่ต้องมายุ่งเลยเจ้าบ้า” เรย์คุปัดมือตรงหน้าออกแล้วหันไปถามความเห็นจากคนข้างๆ คล้ายต้องการเปลี่ยนเรื่อง “อ่านข้อมูลแล้วเป็นไงบ้าง เลิกเงียบเก็บไว้คนเดียวสักที”


โจ๊กเกอร์ที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลก็พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย “นั่นสิๆ ฉันเองก็อยากรู้”


“กระต่ายกินคน หมีหิมะน้ำแข็ง เสือเขี้ยวมรณะ โคลนหิมะดูด” หลงเฟยพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากเอกสารด้วยซ้ำ น้ำเสียงยังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์ “นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องระวังให้ดี”


“แล้วจะรออะไรล่ะ ไปกันเลยดีกว่าก่อนจะเสียเวลาไปมากกว่านี้” หญิงสาวเพียงคนเดียวยิ้มกว้างเหมือนเจอเรื่องสนุกแสนท้าทาย “หวังว่าจะไม่น่าเบื่อเหมือนตอนเควสหาสร้อยนะ ฮ่าๆๆ”


“เฮอะ! เธอนี่มันไม่สมหญิงพอๆ กับหมอนั่นที่ไม่สมชายเลย” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินแอบวิพากษ์วิจารณ์เล็กๆ แต่ต่อมาก็ต้องแอบยิ้มเจื๋อนๆ เมื่อทั้งสองคนเมื่อครู่หันมาเตรียมอาวุธจ่อคอจนจำต้องยกมือยอมแพ้


ไอ้พวกชอบใช้กำลังเอ๊ย ทั้งๆ ที่เป็นแค่ยัยหัวสีน้ำตาลทรายสกัดสีจนขาว 20% เกลือเค็มปี๋อีก 50% แล้วก็ผงชูรสไม่ระบุชนิดอีก 30% แค่คิดก็กินไม่ลงแล้ว ส่วนเจ้ามนุษย์แช่แข็งจอมจืดชืดนั่นก็เหมือนกัน เสียสถาบันชาติชายชะมัด!


“มีอะไรกันเหรอ ทำไมโจ๊กเกอราเมโนย่ากับหลงเฟยซิเนโรมี่ถึงต้องทำหน้าน่ากลัวด้วยล่ะ?” เครมิสผู้ไม่เคยเข้าใจสถานการณ์เอียงคอทำตาแป๋ว “จะเล่นเกมไล่จับกันอีกแล้วเหรอ?”


ฉัน/ข้าจะบ้าตายกับเจ้านี่จริงๆ...


ทุกคนแทบจะคิดเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมายก่อนจะพากันออกจากโรงแรมเริ่มทำภารกิจกันเสียที


*********************************************


ป่าหิมะซึ่งเต็มไปด้วยต้นสนสูงเสียดฟ้าปกคลุมจนยากจะแยกแยะเส้นทาง หิมะขาวบริสุทธิ์ซึ่งมีอยู่ทั่วทุกหนแห่งทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนโลกสีขาวอันไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็เห็นสภาพแวดล้อมไม่ต่างกันมากนัก


แต่ใครเล่าจะรู้ว่าท่ามกลางป่าต้องสาปแห่งนี้ยังมีปราสาทลงหลักปักฐานอยู่ด้วย ไม่ค่อยมีใครได้เห็นและได้สัมผัสเนื่องจากรอบด้านมีสัตว์อันตรายอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หากไม่ระวัง...


ชีวิตจะหาไม่!


“หนาวจะแย่!” ชายหนุ่มทึ้งหัวสีน้ำเงินของตนอย่างหัวเสียแล้วหันไปมองคนที่ยังคงทำหน้าระรื่นไม่ทุกข์ร้อน “นายเป็นมังกรไฟก็หัดทำหน้าที่เป็นเตาผิงชั่วคราวหน่อยเซ่!”


เนื่องจากเขาเป็นมังกรไฟทำให้ในร่างกายเหมือนมีเตาผิงจุดไฟอุ่นๆ ไว้ตลอดเวลา ดังนั้นความเย็นเหล่านี้จึงไม่เป็นผลกับเครมิส ดิมอสคนนี้มากนัก


“เรย์คุวินิเรโซ่หนาวมากเหรอ...” เครมิสเว้นจังหวะไปชั่วครู่ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม “แต่ที่นี่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้นี่นา”


“แต่นายเป็นมังกรไฟก็น่าจะพ่นไฟโดยไม่ใช้เวทได้สิ” หญิงสาวผู้มาพร้อมนัยน์ตาสีม่วงสดใสขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ “ถึงฉันจะทนหนาวได้บ้างแต่มีอะไรอุ่นๆ ก็จะดีมาก”


“ถูกแล้ว นายช่วยทำตัวเป็นประโยชน์บ้างสิ!” เรย์คุโวยวายอย่างหัวเสียพลางเตะหิมะหนาๆ ตรงหน้าเพื่อระบายความแค้น “ก่อนไปถึงปราสาทได้แข็งตายกันก่อนแน่!”


“อืม” หลงเฟยที่เอาแต่เงียบยังอดพยักหน้าเห็นด้วยไม่ได้


“อ่า...” เครมิสเอานิ้วชี้จิ้มกันอย่างซึมๆ เล็กๆ “เราพ่นไฟไม่เป็นอะ...ก็เลยใช้เวทเสกไฟแทนซะส่วนใหญ่”


“ว่าไงนะ!” เรย์คุและโจ๊กเกอร์ประสานเสียงอย่างไม่อยากเชื่อ “พูดจริงเรอะ!”


“อื้อ!” มังกรหนุ่มกลับมายิ้มร่า พยักหน้ารัวเหมือนภูมิใจเสียนักหนาแล้วยกมือขึ้นไหว้ด้วยใบหน้าน่ารัก “เพราะงั้นขอโทษน้า~”


“ฉันจะบ้าตาย...” เรย์คุกุมขมับเหมือนโลกนี้จบสิ้นกันแล้วก่อนจะเดินต่อไปตามทางพลางถูมือไปมาเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ “งั้นรีบๆ เอาของไปส่งกันเถอะ”


“ช่วยไม่ได้นี่เนอะ” โจ๊กเกอร์ส่ายหน้าแล้วกระชับเสื้อกันหนาวให้แน่นขึ้น เธอกางแผนที่ขึ้นดูเพื่อมั่นใจได้ว่าพวกเขาจะไม่หลงทาง “เลี้ยวซ้ายข้างหน้า...”


ไม่ทันที่จะได้พูดจนจบก็มีเงาดำวิ่งผ่านอย่างรวดเร็วหลังแมกไม้ด้านหน้า พวกเขาหยุดเดินเหมือนรับรู้ถึงอันตรายบางอย่าง หลงเฟยเรียกเคียวของตนมาถือไว้พร้อมพุ่งโจมตีทุกเมื่อ


เรย์คุก็ทำไม่ต่างกัน ดาบในมือเขาสะท้อนแสงมันวาวเตรียมจัดการคู่ต่อสู้อย่างเลือดเย็นหากกล้าเอาเชื้อโรคมาแตะต้อง ขนาดเครมิสจอมบ๊องก็ยังกางกงเล็บออกมาบวกกับแววตาดุร้ายราวสัตว์ป่าจ้องจะขย้ำเหยื่อไร้คราบเด็กงี่เง่าเหมือนเคย


ส่วนอาวุธของโจ๊กเกอร์? หากลองมองดีๆ ก็อาจหาเส้นลวดมรณะของเธอเจอก็ได้ แต่ถ้าช้าไปอาวุธร้ายที่ว่าอาจพันอยู่รอบคอก่อนจะทันได้ก้าวไปไหน!


“ใครอยู่ตรงนั้น” หญิงสาวแผ่ไอสังหารออกมาอย่างเต็มที่เพื่อกดดันฝ่ายตรงข้าม แต่สุดท้ายก็มีเสียงตอบรับเป็นเพียง...


ความว่างเปล่า


“เฮอะ ไอ้พวกปอดแหกไม่มีน้ำยะ...” เรย์คุด่าเต็มที่แต่ไม่ทันจะพูดจบก็ต้องหงายหลังหลบอะไรบางอย่างซึ่งพุ่งมาแบบไม่ทันให้ตั้งตัว “ว้ากกก!”


“เป็นอะไรมากไหม เรย์คุนาเร่จัง” เครมิสเข้าไปช่วยพยุงก่อนจะเงยหน้ามองผู้มาใหม่ขนปุย “น้องปุกปุย?”


“ปุกปุย...นายนี่ไม่ดูสถานการณ์เอาซะเลย!” โจ๊กเกอร์รีบลากทั้งสองคนให้ถอยออกมาก่อนที่เจ้า ‘ปุกปุย’ จะแผลงฤทธิ์


หูเล็กๆ กระดิกไปมาเหมือนกำลังจับเสียง ดวงตากลมโตใสกิ๊งบ๊องแบ๊ว หางยาวอันปกคลุมไปด้วยขนนุ่มนิ่มน่าจับสีน้ำตาลอ่อนคล้ายลูกแมวลายตัวน้อยน่ารัก เสียก็แต่...


เขี้ยวยาวและอุ้งเล็บที่เตรียมพร้อมจะตะปบศัตรู!


“พวกเจ้านี่มันน่ารำคาญจริงๆ แล้วนี่สินะ...” หลงเฟยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะควงเคียวในมืออย่างชำนาญ “เสือเขี้ยวมรณะ”


เห็นแบบนี้ใครๆ ก็รู้แหละน่า!


เรย์คุแอบวิจารณ์ในใจแต่เมื่อหันไปเห็นเครมิสที่ยังคงทำหน้าตาตื่นเต้น ใสปิ๊งสุดๆ เหมือนเจอรักแรกพบก็ส่ายหน้าด้วยความรับไม่ได้ “เว้นไอ้บ้านั่นไว้คนนึงแล้วกัน...”


“เลิกเอาแต่คุยกับตัวเองแล้วมาช่วยกันหน่อยสิ...” โจ๊กเกอร์พูดด้วยใบหน้ายิ้มๆ แต่แฝงความนัยเชิงบังคับอย่างเห็นได้ชัด “ไอ้เสือพวกนี้มากันเพียบเลย!”


พวกเขาถูกล้อมไปด้วยน้องปุกปุยเต็มไปหมด อย่างต่ำก็ราวๆ ห้าถึงหกตัว และหากพวกมันส่งข่าวเรียกพวกพ้องมาเพิ่มวันนี้คงไม่ได้ทำอะไรนอกจากต่อสู้แลกเลือดแลกเนื้อกับเจ้าแมวน้อยเหล่านี้


“พวกนายช่วยกันล่อเอาไว้หน่อย” หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้มกริ่มคล้ายมีแผน “หึ...ฉันมีความคิดดีๆ แล้ว”


“อยากทำอะไรก็ทำเล...ว้าก!” เรย์คุทำท่าจะตวาดใส่แต่ก็ต้องรีบถอยหลังหลบกรงเล็บพิฆาตของสัตว์ร้ายตรงหน้าทว่าก็ไม่วายชี้หน้าด่าต่อ “เป็นน้องเหมียวที่น่าถีบชะมัดเลยพับผ่าสิ!”


ชายหนุ่มพลิกตัวหลบศัตรูตรงหน้าแล้วใช้ด้ามดาบกระแทกไปที่กลางหลังของมัน หวังให้สัตว์ร้ายสงบลงหรือตื่นกลัวจนหนีไป แต่ดูเหมือนว่า...


วิธีนั้นจะใช้ไม่ได้ผล!


เสืออีกหลายตัวพุ่งเข้าจู่โจมจากด้านหลังจนเรย์คุหันมาตั้งดาบรับไม่ทัน เขากัดฟันแน่นเหมือนเตรียมรับความเจ็บปวด แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองดีๆ ก็เห็นเคียวสีฟ้าใสอยู่ตรงหน้า หลงเฟยยังคงทำสีหน้าเย็นชาแล้วสู้ต่อโดยไม่สนใจจะพูดอะไร


สายตานั้นสื่อความประมาณว่า ‘มองหน้าทำไม?’


เรย์คุทำหน้าเบ้แล้วรีบหันไปตั้งดาบป้องกันเสืออีกตัวที่พุ่งเข้ามา แต่ด้วยแรงอีกฝ่ายซึ่งมากกว่าทำให้เขาหงายหลังลงไปกองกับพื้น แขนสั่นเล็กๆ จากน้ำหนักของสัตว์หน้าขนตรงหน้า “ลุกออกไปนะเฟ้ย!”


เครมิสเตรียมจะเข้าไปช่วยแต่ก็มีน้องปุกปุยหลายตัวพุ่งเข้าหา เขากระโดดตีลังกาไปด้านหลังโดยใช้หลังของเสือตัวหนึ่งเป็นฐานในการพลิกตัว รอยยิ้มหวานประดับอยู่บนหน้าเสมอก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มแห้งๆ


“ขอโทษนะน้องปุกปุย...” เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนจะออกแรงเตะเข้าที่ท้องของเป้าหมายด้วยใบหน้าเศร้าๆ “แต่นี่มันเป็นงานอ่า กระซิกๆ”


“นายช่วยเลิกทำหน้าแบบนั้นเวลาต่อสู้เสียที นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ!” เรย์คุด่าไปก็อาศัยจังหวะเหวี่ยงร่างที่คร่อมเขาอยู่ไปด้านข้างแล้วใช้ดาบในมือแทงไปที่ขาของสัตว์ร้ายทั้งหลายเนื่องจากง่ายต่อการข่มขวัญโดยไม่ต้องฆ่า


พวกนายก็ควรเลิกเถียงเวลาสู้เหมือนกันนั่นแหละ


หลงเฟยส่ายหน้าอย่างหมดอารมณ์ เขาเคลื่อนที่ได้เร็วแม้ชุดจะดูรุ่มร่าม เคียวในมือฟาดฟันอย่างรวดเร็วยากแก่การหลบหลีก แม้ไม่เอาถึงตายแต่เสือเหล่านั้นก็ไม่อยากมาโดนซ้อมไปมากกว่านี้ หลายตัวหนีไป...


แต่ไปเรียกพวกมาเพิ่ม!


“จะมาอีกกี่ตัววะเนี่ย!” เรย์คุบ่นไม่มีหยุดคล้ายว่าต้องการประชดชะตากรรมซวยๆ ของตน “ทางนั้นเมื่อไหร่จะเสร็จฮะ พวกฉันมีแผลไปทั่วตัวแล้วนะยัยตัวตลก!”


ชิ มันทำง่ายๆ ซะที่ไหนเล่า มือฉันเองยังโดนบาดจนเลือดซิบเลย!


โจ๊กเกอร์แทบอยากลงจากต้นไม้ไปต่อยกับชายหนุ่มให้รู้แล้วรู้รอด แต่ถ้าทำแบบนั้นแผนการที่วางไว้ก็จะรวนหมด


อีกนิดเดียว...อ๊ะ!


“เสร็จแล้ว!” หญิงสาวที่หายจากสนามรบไปนานกระโดดกลับลงมาจากต้นไม้พร้อมกำเส้นด้ายอาวุธคู่ใจ “Mission…Complete!”


ฉับพลันเมื่อเธอดึงด้ายนั้นแล้วเหล่าเสือน้อยจอมแก่นที่เพิ่งตามมาสมทบช่วยเพื่อนก็ติดอยู่ในตาข่ายสีเงิน หากเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้ามีแต่ต้องจบชีวิตลงตรงนั้นเป็นแน่ โจ๊กเกอร์ยิ้มหวานแล้วเดินเข้าไปลูบหัวสัตว์ร้ายซึ่งติดกับดิ้นไม่หลุด “นี่แหละ Confinement of pudding!”


“พุดดิ้ง?” เป็นครั้งแรกที่เครมิส เรย์คุ และหลงเฟยได้ยินชื่อท่าจากหญิงสาวจึงอดแปลกใจไม่ได้ว่าการเอาด้ายพันร่างศัตรูมันเกี่ยวกับของหวานพวกนั้นตรงไหน


โจ๊กเกอร์หันกลับมาแล้วกระพริบตาปริบๆ ในมือยังคงถือด้ายซึ่งเปื้อนเลือดนิดๆ อยู่ “ทำไมเหรอ?”


เรื่องบางเรื่อง...ก็ปล่อยให้มันเป็นแค่ความสงสัยต่อไปเถอะ


To Be Continue


---------------------------------------------------------------------------------------


จบตอนแล้ว เย้! คราวนี้แต่งสั้นกว่าทุกที
แค่ 9000 ตัวอักษรนิดๆ เอง งืมๆ (ปกติต้องเป็นหมื่น เหอๆ)
บทบู๊ไม่ยาวมากเพราะคิดว่าเดี๋ยวคงต้องอ่านบู๊กันอีกหลายตอน ฮ่าๆๆ
อ่านแล้วเป็นไงบ้างก็บอกได้เน้อ คำผิดก็ด้วย ไม่ทันได้ทวนเลยอ่า แหะๆ


แก้ไขล่าสุดโดย DarkPhoenix เมื่อ Mon May 07, 2012 10:02 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
DarkPhoenix
DarkPhoenix

จำนวนข้อความ : 291
Join date : 25/04/2012

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  Chalela Wed May 02, 2012 7:08 am

Turn 2



หลังจากที่เดินทางกันมาได้สักพัก หลงเฟยก็เสนอให้หยุดสักหน่อยเพื่อเป็นการพักและปรึกษาเกี่ยวกับเควสไปในตัว


“จะว่าไปฉันว่ามันแปลกๆ ตั้งแต่ที่เห็นเจ้าเสือมรณะนั่นแล้วนะ?” โจ้กเกอร์โพล่งขึ้นมา เรียกความสนใจจากมังกรบ้า เด็กหนุ่มหน้าสวย กับเด็กหนุ่มอนามัยจัดได้อย่างดี


“มีอะไรแปลกงั้นเหรอ?” เรย์คุถามกลับพลางถูมือไปมาเพราะความหนาวเย็น


“ก็ก่อนหน้านี้ฉันก็มาทำเควสที่ป่าหิมะต้องสาปเหมือนกัน แต่กลับไม่มีเสือเขี้ยวมรณะเลยสักตัว ทั้งๆ ที่ฉันวิ่งหนีเจ้าไฮดร้านั่นแทบทั้งต้นป่าเลยด้วยซ้ำ”


เป็นคำถามที่น่าคิดไม่น้อย ถึงแม้ภารกิจส่งของจะต้องไปลึกกว่าภารกิจที่โจ้กเกอร์ทำ แต่ที่ที่พวกเขาเจอเสือเขี้ยวมรณะนั้นไม่ได้ลึกอะไร เรียกได้ว่าต้นๆ เสียด้วยซ้ำ อีกอย่าง เสือเขี้ยวมรณะพวกนั้นก็ไม่ได้มีแค่ตัวเดียวแต่มีเป็นฝูง ไม่มีทางที่โจ้กเกอร์จะไม่เจอสิ่งมีชีวิตที่เยอะและเด่นแบบนั้นแน่ๆ


“ไฮดร้าคืออะไรน่ะ กินได้มั้ย?” เครมิสถามตามฉบับมังกรต๊อง ทว่าพอเห็นไม่มีใครตอบก็ทำให้เจ้าตัวเงียบแล้วตัดสินใจนั่งจ้องอย่างเดียว


“ไม่แน่ว่าพวกมันอาจเป็นสัตว์ที่ย้ายถิ่นฐานมาก็ได้” เรย์คุออกความเห็น


“เป็นไปได้เหมือนกัน” โจ้กเกอร์พยักหน้า “แล้วนายล่ะว่าไง หลงเฟย?”


ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าสวยปิ๊งๆ หันกลับมาด้วยสีหน้าราบเรียบที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่รู้ทำไมที่สีหน้าเย็นชาของเจ้าตัวมักไปยั่วโมโหเรย์คุบ่อยๆ เขาตอบว่า


“ข้าไม่คิดว่าเราจำเป็นที่จะต้องคิดเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากงานหรอกนะ”


อืม...อาจจะเป็นเพราะคำพูดขวางโลกของเขาเองล่ะมั้ง


โจ้กเกอร์เพียงแค่ยักไหล่นิดหน่อยคล้ายกับว่าไม่ได้แปลกใจกับคำตอบของอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก ก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วเก็บของ


“ถ้างั้นก็เดินกันต่อเถอะ ถ้าตกกลางคืนอากาศจะเย็นเป็นพิเศษ เราคงแย่แน่” เด็กสาวพูดก่อนที่จะชะงักไปเมื่อหันไปเห็นเครมิสที่กำลังนั่งหันหลังเล่นกับตัวอะไรไม่รู้อยู่ เธอถาม “เฮ้เครมิส นายกำลังทำอะไรอยู่น่ะ?”


“มาดูสิๆ กระต่ายน้อยน่ารักมากเลย!” เครมิสยิ้มบานพลางอุ้มกระต่ายตัวเล็กๆ สีแดงตัวหนึ่งขึ้นมาแล้วโชว์ให้โจ้กเกอร์ดู


กระต่ายตัวนั้นมีตาสีแดงโตที่แสนน่ารัก กับขนปุกปุยนุ่มนิ่มสีขาว ถ้ามีผู้หญิงสิบคนเดินผ่านมาจะต้องมีสักเก้าคนที่คิดว่าน่ารักแล้วไปเล่นกับมันด้วยแน่ๆ


แต่น่าเสียดายที่โจ้กเกอร์ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในผู้หญิงกลุ่มนั้น เธอรีบสำรวจกระต่ายในมือเครมิสอย่างรวดเร็วโดยทิ้งระยะห่างไว้พอควร พลันนัยน์ตาสีม่วงก็เบิกกว้างเหมือนฉุกคิดอะไรขึ้นได้ เธอรีบปัดมือเครมิสออกจากกระต่ายทันที


“ทำอะไรน่ะ!” เครมิสรีบหลบทำให้กระต่ายตัวนั้นรอดจากการโดนปัดกระเด็น มันขู่ฟ่อใส่โจ้กเกอร์อย่างโกรธแค้น


“ปล่อยเจ้านั่นซะ!” โจ้กเกอร์วิ่งเข้าไปแงะมือหนึบๆ ของเจ้ามังกรที่ทั้งโง่และบ้าออกจากกระต่าย แต่เพราะแรงที่มีมากกว่าของอีกฝ่ายทำให้เธอทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย


“ไม่! เราจะเอามันกลับไปเลี้ยงที่ห้อง ดูสิว่ามันน่ารักขนาดไหน”


“เกิดอะไรขึ้นน่ะ?” หลงเฟยเดินมาถามเพราะได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของทั้งสอง จึงปล่อยให้เรย์คุไปเก็บของและเตรียมอาหารสำรองไว้เพียงคนเดียว


“ก็โจ้กกีเนเอโร่ล่าไม่ให้เราเลี้ยงต่ายน้อยอ่ะ” เครมิสรีบฉวยโอกาสฟ้อง หากแต่หลงเฟยกลับไม่ได้ต่อว่าโจ้กเกอร์ เขาจ้องกระต่ายในมือคนฟ้องไม่วางตา


“ปล่อยเจ้านั่นเถอะเครมิส แล้วก็รีบออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดด้วย”


“ทำไมล่ะ!?”


โจ้กเกอร์เห็นว่าเครมิสเริ่มอ่อนลงบ้างแล้วจึงรีบพูดทันที “เพราะเจ้านั่นน่ะเป็น...”


พลั่ก!


พลันกระต่ายบอบบางในมือเครมิสก็กระโดดออกมาแล้วพุ่งไปหาเรย์คุที่หันหลังเก็บเสบียงอยู่ทันที โจ้กเกอร์กับหลงเฟยหน้าซีด ไม่ผิดแน่ เจ้ากระต่ายนั่นก็คือกระต่ายกินคนอย่างแน่นอน! มันรอเวลาที่หลงเฟยจะทิ้งเรย์คุไว้คนเดียวตั้งนานแล้วสินะ!


“เรย์ หลบไป!” หลงเฟยรีบตะโกนเรียก แต่ทันทีที่เรย์คุหันมา ปากกว้างที่เต็มไปด้วยเขี้ยวคมๆ ของกระต่ายกินคนก็อยู่ตรงหน้าเสียแล้ว


“วะ เหวอ!” คนที่กำลังจะตายเบิกตากว้าง พลันขาที่อ่อนยวบของเขาก็ทำให้เจ้ากระต่ายพลาดเป้าไปกัดที่หัวไหล่แทน นับว่าโชคยังดีที่พอเจ้านี่จะมากัดซ้ำ หลงเฟยกับใช้สันของเคียวกระแทกมันกระเด็นจนสลบเหมือดไปในทันที


“เรยีอาเกร่าเป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ!” เครมิสที่เป็นตัวต้นเหตุรีบวิ่งไปดูอาการของคนที่นอนอนาถอยู่บนพื้นหิมะทันที


สถาณการณ์แบบนี้นายยังอุตสาห์เรียกชื่อแบบนั้นได้อีกนะ...


โจ้กเกอร์คิดอย่างปลงตกก่อนที่จะหันไปดูผู้เคราะห์ร้ายเหมือนคนอื่นๆ


“ว้ากกก!! เอาฉันออกไปจากหิมะที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคแบคทีเรียที ไอ้พื้นนี่ถูกเหยียบไปเหยียบมาตั้งไม่รู้กี่ครั้งแถมเจ้ากระต่ายนั่นก็ทำลายหยดแถวนี้ซะอีก!”


เสียงโวยวายของคนเจ็บทำเอาคนอื่นยิ้มเจื่อน อีแบบนี้คงไม่ต้องห่วงแล้วล่ะ


แต่ด้วยความที่เห็นว่าเรย์คุเป็นคนเจ็บ เธอเลยเอ่ยปากช่วยสักนิดหน่อย “เอาหมอนั่นขึ้นมาเถอะ ที่เรย์เขาพูดมาก็ถูก จะให้บาดแผลไปโดนกับเชื้อโรคไม่ได้”


เรย์คุพยักหน้าดิ๊กๆ...


หลงเฟยพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่จะสั่งให้ตัวการอย่างเครมิสพยุงให้เรย์คุนั่งบนขอนไม้ใกล้ๆ


“ตกลงต่ายน้อยคืออะไรอ่ะ?” เครมิสถามอย่างไม่เข้าใจ


“กระต่ายกินคน” หลงเฟยตอบเรียบๆ พลางเหลือบมองเรย์คุที่ลอบกลืนน้ำลายจากการเกือบถูกกิน


“ว่าแต่...” หลงเฟยมองไปรอบๆ “ใครทำแผลเป็นบ้าง?”


โจ้กเกอร์ยักไหล่ พูดความเป็นจริงอย่างโหดร้าย “ถ้าปฐมพยาบาลขั้นต้นน่ะ นอกจากเครมิสแล้วใครๆ ก็ทำได้ แต่ติดที่ว่าไม่มีใครที่เอายาหรือผ้าพันแผลมาเลยน่ะสิ”


“อ้าว แล้วจะทำยังไงดีล่ะ” เครมิสรู้สึกได้ถึงเหงื่อเย็นๆ ข้างแก้ม ในฐานะที่เป็นคนผิด เขาย่อมห่วงว่าเรย์คุจะเสียเลือดตายไปหรือเปล่าเป็นธรรมดา


“ก็ฉีกเศษผ้ามัดแขนห้ามเลือดและป้องกันเชื้อโรคไปก่อน ถ้าไปถึงปราสาทของแม่ปิเอโร่คนนั้นเร็วหน่อยเรย์คุอาจจะไม่แข็งหรือเลือดหมดตัวตายไปก่อนก็ได้”


เรย์คุหน้าซีด ในใจคิดว่าโจ้กเกอร์ช่างเป็นผู้หญิงที่โคตรไม่เหมือนผู้หญิงเสียนี่กะไร นอกจากจะโหดร้ายยังไม่คิดห่วงเพื่อนร่วมทีมแม้แต่นิดเดียว!


หลงเฟยมองไปรอบๆ ก่อนจะโพล่งออกมาว่า “โจ้กเกอร์ เจ้ากางเขตแดนเหรอ?”


คนถูกถามชะงัก ไม่เสียที่เป็นคนที่เธอประเมินว่าฉลาดที่สุด ทั้งๆ ที่เธอแทบไม่ได้แสดงอาการผิดแปลกตอนกางเขตแดนเลย มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น


ก็แน่ล่ะ...ก็ความสำเร็จของการใช้เขตแดนของตัวตลก (Boundary of Joker) มันต่ำเรี่ยดินเลยนี่นา


“นั่นสิ กางทำไมล่ะ?” เครมิสเอียงคอ


...และถึงแม้ว่าเธอจะรู้อยู่แล้วว่าเครมิสก็น่าจะรู้สึกเหมือนกันเพราะประสาทสัมผัสที่ดีกว่าคนทั่วไป แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นโจ้กเกอร์ก็ไม่คิดจะจัดอยู่ในหมวดของพวกฉลาดอยู่ดี


“เขตแดน?” เรย์คุทำหน้างงเพราะเป็นคนเดียวที่ไม่รู้


โจ้กเกอร์กระตุกยิ้มเหี้ยม “ก็เพราะข้างนอกยังมีไอ้กระต่ายนรกนั่นมาเตรียมละเลงเลือดกับพวกเราอยู่เป็นสิบๆ ตัวเลยน่ะสิ!!!”


“ไม่จริงน่า!” เรย์คุอ้าปากค้าง


“สิบๆ ตัวเลยเหรอ!” ทางด้านเครมิสก็ตกใจไม่แพ้กัน ถึงเขาจะมีประสาทสัมผัสดี แต่ก็ใช่ว่าจะแยกแยะว่าตัวไหนคือกระต่ายถ้าไม่คิดจะแยกจริงๆ


หลงเฟยปรายตามองทั้งสองคน พูดว่า “ในข้อมูลที่เราได้มาก็บอกอยู่แล้วว่ากระต่ายกินคนชอบมากันเป็นฝูงน่ะ”


“พูดไปก็เท่านั้น เจ้าพวกนี้ไม่คิดจะอ่านหรอก” โจ้กเกอร์ส่ายหัวปลงๆ “ฉันลองนับดูแล้ว ถ้าประมาณเอาก็ราวๆ เจ็ดสิบแปดสิบตัวได้มั้ง”


“ถ้างั้นเราจะจับกระต่ายกินเอง!” เครมิสพูดพร้อมดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ


เรย์คุรีบพูด “หยุดเลยนะเครมิส ห้ามฆ่าพวกมันเด็ดขาด!”


“ง่า...ก็ได้” เครมิสตอบอย่างน้อยใจ


“เจ้ากับข้าแบ่งกันคนละครึ่งละกันนะเครมิส ส่วนพวกที่เล็ดก็ให้โจ้กเกอร์จัดการ”


ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มพยักหน้าพร้อมๆ กับตอบไปด้วย “ว่าไงว่าตามกัน”


“ฮะ เฮ้!” พลันเรย์คุโพล่งออกมา “แล้วฉันล่ะ”


“เจ้าอยู่นิ่งๆ ไปน่ะดีแล้ว ไม่งันแผลจะปริออกแล้วเสียเลือดมากกว่าเดิม” หลงเฟยปรายตามองพลางพูดอย่างเย็นชา


โจ้กเกอร์ขำเล็กน้อย...ที่แท้ก็เป็นห่วงอยู่ลึกๆ สินะ


เรย์คุคิดสักพักก่อนที่จะหหน้าบูดทำตามแต่โดยดี ถ้าเป็นปกติเขาคงเข้าไปฟัดก็เจ้าหน้าสวยนี่ไปนานแล้ว!


“โจ้กเกอร์ เจ้ายังกางเขตแดนได้อีกนานสักแค่ไหน?”


เจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอเมทิสต์ครุ่นคิดนิดหนึ่งก่อนจะตอบ “ไม่เกินห้านาที”


“งั้นฟังนะ ข้าจะบอกแนวรบให้ฟังก่อน” หลงเฟยพูดหน้านิ่ง ซึ่งทุกคนก็พยักหน้าตกลง


“เครมิสกับข้าจะเป็นแนวบุก จัดการกระต่ายพวกนั้นให้ได้มากที่สุดโดยห้ามฆ่า”


เครมิสพยักหน้า ถึงเขาจะไม่ค่อยจะจริงจังอะไรนัก แต่ถ้าเป็นเรื่อง ‘จัดการ’ นี่แหละที่เขาถนัดนักแล!


“เรย์คุ เจ้าอยู่กับโจ้กเกอร์ คอยดูสถานการณ์และเก็บของที่ต้องส่งไว้ให้ปลอดภัย”


อย่างน้อยก็มีประโยชน์แฮะ...


“ส่วนโจ้กเกอร์ เจ้าเป็นแนวหลัง คอยสนับสนุนและเก็บพวกที่รอดและคอยปกป้องเรย์คุไปด้วย” หลงเฟยพูดต่อ


ทั้งสองทำหน้าเชิงว่าโอเค แม้เรย์คุจะทำหน้าแปลกๆ นิดหน่อยเมื่อได้ยินว่าเขาจะต้องถูกผู้หญิงปกป้องก็เถอะ…


“จำไว้นะว่าพวกมันชอบกินเนื้อและเลือดมากที่สุด เพราะฉะนั้นยิ่งมีเลือดมากเท่าไหร่ พวกเจ้าก็จะหลบพวกมันยากขึ้นเท่านั้น”



เมื่อปรึกษาแผนการและอย่างละเอียดครบท้วนแล้ว โจ้กเกอร์ก็เริ่มสลายเขตแดนออก ทำให้พวกเขาเห็นฝูงกระต่ายนับสิบตัวใช้ดวงตาสีแดงน่ารักมองด้วยความกระหิวกระหายพร้อมน้ำลายที่หยดติ๋งๆ


“อี๋ ขยะแขยงเป็นบ้า กระต่ายอะไรฟะมีแต่เชื้อโรค!” เรย์คุลูบแขนด้วยท่าทางขนลุก


“เงียบไปเถอะน่า” โจ้กเกอร์ตบหัวเรย์คุที่พูดไม่ดูสถานการณ์เอาเสียเลย นี่นะเป็นถึงฉากเริ่มบู๊ที่เป็นฉากที่น่าเอาป๊อปคอร์นมากินมากที่สุดเชียวนะ!


ฝูงกระต่ายกินคนปะทะหลงเฟยและเครมิสใครจะชนะ!!


“ดูเธอสนุกจังเลยนะ” เรย์คุหันไปประชดหลังจากที่เห็นสีหน้าของโจ้กเกอร์


“ฉันกำลังคลายเครียดให้ตัวเองก่อนสู้เท่านั้นเอง” โจ้กเกอร์ตอบยิ้มๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน


ทางด้านของหลงเฟย์และเครมิสนั้น ดูทั้งคู่เองก็เริ่มจะสนุกเหมือนกัน อาจเป็นเพราะไม่มีใครให้มาสู้แบบนี้ด้วยเสียนานก็เป็นได้!


หลังจากที่เขตแดนสลายหายไปหมด ร่างของทั้งสองฝั่งก็พุ่งเข้าหาด้วยความเร็วสูง เครมิสใช้กรงเล็บอันแหลมคมและแข็งแกร่งตวัดไปทางกระต่ายตัวแรกพร้อมๆ กับที่เอนตัวหลบกระต่ายอีกตัวที่มาจากทางด้านขวา ร่างสูงยิ้มกว้างก่อนที่จะเรียกดาบคู่ที่ดูแปลกตาขึ้นมา ด้าบจับสีดำสนิทตัดกับตัวดาบสีเงินที่คล้ายกับมีตัวอักษรของชาวมังกรโบราณสลักอยู่เป็นการตกแต่ง


มังกรที่ควรจะบ้าไปวันๆ เมื่อเริ่มต่อสู้ก็ยากนักที่จะหยุด สายเลือดของชาวมังกรเดิมทีก็ไม่ได้อยู่อย่างสงบสุขอยู่แล้วนี่!


กิ๊ดดดดด!!!


เสียงของกระต่ายกินคนกรีดร้องพลางพุ่งเข้ามากัดที่แขนของเครมิส เจ้าตัวทำสียงเฮอะในลำคอเบาๆ ก่อนที่จะสะบัดกระต่ายออก แขนของเครมิสมีรอยแดงนิดหน่อย ไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียวด้วยซ้ำ เครมิสยกเท้าขึ้นกวาดเตะพวกของอีกฝ่ายทิ้งไปอีกสองสามตัว ก่อนที่จะกระโดดถอยหลังไปหนึ่งก้าวราวกับตั้งหลักใหม่อีกครั้ง


“มาเลยสิต่ายน้อย” เครมิสยิ้มมุมปาก พูดอย่างท้าทาย “เราไม่อยากรังแกคนอ่อนแอกว่าอย่างพวกเจ้าฝ่ายเดียวหรอกนะ”


ฝูงกระต่ายกินคนคลั่งขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำท้าทาย พวกมันแยกเขี้ยวที่มีเลือดแห้งกรังติดอยู่ไม่มากก็น้อย บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าพวกมันกินคนไปมานักต่อนักแล้ว


พวกมันพุ่งเข้ามาอย่างโกรธแค้น เครมิสที่ทำท่าตั้งรับไว้อย่างดีแล้วก็ตวัดดาบโดยใช้สันดาปกระแทกระต่ายตัวแรกที่เข้ามาทันที พร้อมทั้งที่ใช้ดาบอีกอันสกัดกั้นการโจมตีของกระต่ายทั้งหลายแหล่


พวกมันเพียงแค่โจมตีตามสัญชาติญาณ เขารู้ดี ไม่งั้นถ้าพวกมันฉลาดกว่านี้อีกหน่อยคงจะไม่มาโจมตีโง่ๆ แบบนี้หรอก


ดวงตาสีทองของเครมิสส่องประกายวาวโรจน์ เขาตั้งท่าโดยใช้ดาบข้างที่ถนัดในการโจมตี และอีกข้างในการป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้ง


เหล่ากระต่ายเห็นเช่นนั้นก็พุ่งเข้าโจมตีอย่างบ้าเลือดทันที!!!



ส่วนทางด้านของหลงเฟยที่มักจะใช้สมองมากกว่านั้นก็บ้าการต่อสู้ไม่แพ้กัน เขาตวัดเคียวได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ทุกครั้งที่โจมตีจักต้องมีกระต่ายมากกว่าหนึ่งตัวกระเด็นออกไป แต่กระต่ายนั้นอึดกว่าที่เขาคาดมากนัก เพราะไม่นานมักก็เข้ามารุมเขาใหม่


หลงเฟยเหลือบไปมองด้านของมังกรผมแดงแวบหนึ่ง ก่อนที่จะลอบยิ้มในใจที่เห็นเครมิสกับพวกกระต่ายสู้กันอย่างบ้าเลือดขนาดนั้น


ในเมื่อเครมิสยังสู้ได้ขนาดนั้น เขาเองก็ไม่แพ้ใครเช่นกัน!!!


ร่างสูงตวัดเคียวอีกครั้ง ความเร็วของมันทำให้เกิดสายลมแรงๆ ที่มักจะพัดกระต่ายตัวเล็กๆ ลอยไปไกลเสมอ เขาเบี่ยงตัวหลบอีกฝ่ายนิดหน่อยก่อนที่จะใช้ด้ามเคียวฟาดลงไปตรงหน้าผากทันที สงสัยตัวนี้คงจะสลบไปอีกยาว


เขาพลัดรุกและรับไปเรื่อยๆ ยิ่งต่อสูนานเท่าไหร่ร่างกายยิ่งอ่อนล้า แต่ทั้งๆ ที่เขาโจมตีไปมากขนาดนั้นกลับเหมือนว่าศตรูไม่ได้ลดลงเลย


เจ้าของผมยาวสีฟ้ากระโดดลอยขึ้นไปบนอากาศอีกครั้ง ก่อนที่ด้านล้างจะมีลวดสองสามเส้นวาดผ่านเจ้ากระต่ายฝูงด้านล่างของเขาไป แม้ลวดที่ใช้จะไม่คม แต่ลวดพวกนี้เป็นลวดที่มีสรรพคุณเหมือนใยแมงมุม ทำให้กระต่ายที่ถูกลวดนี้ต้องติดกับเหมือนแมลงวันที่ติดในใยแมงมุมไม่มีผิด


ถ้าหากไม่รอมนิสัยล่ะก็ โจ้กเกอร์เป็นกำลังเสริมที่ไม่เลวเลยทีเดียว


หลงเฟยคิดเงียบๆ พร้อมกับเบี่ยงตัวหลบศัตรูรอบด้านที่มาจากทุกทิศทางได้อย่างสวยงาม หากเครมิสเป็นมังกรที่เปี่ยมไปด้วยพลังล่ะก็ ฟลงเฟยก็น่าจะเปรียบเป็นผีเสื้อที่หลบหลีกได้อย่างอ่อนช้อยและสวยงามทุกครั้ง หากแต่ผีเสื้อตัวนี้มีหนามรอบตัวที่จะทำให้คนรอบข้างมีแผลได้ทุกครั้งที่จับต้องมัน



“เฮ้ย ซ้ายๆ ยัยตัวตลก!” เรย์คุที่บาดเจ็บรีบตะโกนเมื่อเห็นกระต่ายน้อยขนปุกปุยสีขาวพร้อมเขี้ยวยาวหลายนิ้วที่มีคาบเลือดเลือดและน้ำลายหยดติ๋งๆ กำลังพุ่งเข้ามาทางโจ้กเกอร์ที่กำลังช่วยหลงเฟยเก็บพวกตัวเกะกะอยู่


คนถูกเรียกทำหน้าเหยเกเมื่อเห็นน้ำลายสกปรกที่ห่างจากตัวเองไม่ถึงคืบ เธอจัดแจงก้มตัวหลบพร้อมยกเข่าขึ้นมาเสยคางเจ้ากระต่ายกินคนนั่นได้อย่างพอดิบพอดี ก่อนที่จะใช้เท้าเขี่ยร่างของกระต่ายที่สลบเหมือดน้ำลายฟูมปากไปไกลๆ


เรย์คุก็ทำหน้าขนลุกเช่นกัน บรึ๋ย!


“น่ารำคาญเป็นบ้า ทำไมมันถึงเยอะขนาดนี้เนี่ย” โจ้กเกอร์แหวเสียงดังลั่นพลางถีบกระต่ายอีกตัวออกไปนอนสลบเป็นเพื่อนเจ้าตัวก่อนหน้านี้


หลังจากที่เด็กสาวสลายเขตแดนแล้ว เธอก็ติดลวดที่มีคุณสมบัติเป็นใยแมงมุมรอบตัวเรย์คุเอาไว้เป็นการป้องกันอีกชั้น ส่วนตัวเองยืนอยู่ด้านหน้าเพื่อความสะดวกในการต่อสู้และเป็นกำลังเสริมเมื่อหลงเฟยหรือเครมิสเสียท่า โจ้กเกอร์มองไปรอบๆ ตอนนี้เธอกับเรย์คุอยู่ถูกเหล่าฝูงกระต่ายมากมายร้อมรอบโดยมีหลงเฟยกับเครมิสออกไปจัดการด้านซ้ายและขวา ถึงแม้จะมีอยู่ไม่น้อยที่หลุดเข้ามา แต่กับดักที่แอบทำไว้ตอนหยุดพักก็ช่วยได้เป็นอย่างดี


“มีเยอะขนาดนี้เมื่อไหร่จะจัดการหมดล่ะเนี่ย!” โจ้กกอร์บ่นอย่างหัวเสีย การเสียเปรียบด้านจำนวนคนเป็นอะไรบางอย่างที่เธอไม่ชอบสักนิด เพราะสิ่งที่เธอทำเป็นประจำคือสงคามประสาทเสียมากกว่า


เรย์คุที่ดูเหตุการณ์ไปเรื่อยๆ ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ เขาหันไปถามเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ “นี่โจ้กเกอร์ จำนวนกระต่ายที่เธอบอกก่อนหน้านี้คือเท่าไหร่นะ?”


“อ๋อๆ ก็ประมาณแปดสิบตัวได้...” โจ้กเกอร์ที่ตอบอยู่นั้นชะงักกึกทันที เธอหรี่ตามองไปรอบๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง


“เป็นไปไม่ได้น่า...”


“อย่างที่คิดไว้เลย” เรย์คุหน้าซีด หลังจากที่สังเกตมาพักหนึ่ง เข้าก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ ตั้งแต่ที่เครมิสเรียกดาบคู่นั่นออกมาแล้ว


“กระต่ายนรกนั่นมันเพิ่มขึ้นจากแปดสิบเป็นร้อยกว่าแล้ว!”




เครมิสที่ไม่รู้สักนิดว่าศัตรูถูกเพิ่งขึ้นเริ่มที่จะบาดแผลติดตัวจากที่แทบไม่เป็นอะไรเลย เขาขมวดคิ้วนิดๆ ไม่นึกว่ากระต่ายพวกนี้จะมีฝีมือขนาดนี้


สิ้นความคิดกระต่ายตัวหนึ่งก็เข้ามาเกาะมือข้างหนึ่งของเขาก่อนที่จะแยกเขี้ยวออกมากัดเข้าไปที่ผิวหนังอย่างแรง โชคดีที่เครมิสไม่ใช่มนุษย์หากแต่เป็นมังกร หนังของมังกรที่แข็งแกร่งเลยถูกสลบกับผิวหนังแบบมนุษย์ตรงหลังมือได้อย่างทันท่วงที


ทว่ายิ่งป้องกันได้มากเท่าไหร่ ฝูงกระต่ายก็ยิ่งโจมตีได้ดุเดือดและบ้าคลั่งขึ้นเท่านั้น!


ในที่สุดกระต่ายตัวหนึ่งก็เข้ามาจับขาของเครมิสไว้ทำให้เขาเสียหลัก นัยน์ตาสีทองเบิกตากว้างมองฝูงกระต่ายกินคนที่เตรียมรุมฉีกกระชากเนื้อของเขาไว้อย่างเรียบร้อย


บ้าน่า! ใครจะมาตายเอาตอนนี้กันเล่า!


ใครมิสกัดฟันกรอด ทันทีที่ตั้งสติได้ มือทั้งสองก็ยกขึ้นมาป้องกันใบหน้าของตนเองทันที เขาหลับตาปี๋ เตรียมใจจากความเจ็บตรงหน้าแล้วค่อยหาวิธีสวนกลับ


แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่รู้สึกถึงอะไรสักอย่าง หรือว่าเขาหิวจนไม่รู้สึกอะไรไปแล้วนะ?


เขาลืมตาขึ้น สิ่งที่ควรจะปรากฏอยู่ตรงหน้าอย่างฝูงกระต่ายกลับไม่มีอีกแล้ว เหลือเพียงแค่แผ่นหลังของเจ้าของผมสีฟ้ายาวจนคนเห็นรำคาญแทนกับเคียวเล่มใหญ่ที่ทำมาจาก้ำแข็งบริสุทธิ์สีฟ้าเท่านั้น


“หลงเฟรี่เซโรร่า?”


“เลิกเรียกข้าแบบนั้นเสียที” ใบหน้าหวานของอีกฝ่ายหันมานิดหน่อย ดวงตาเรียวสีม่วงสดเหลือบมามองแวบหนึ่ง เขาพูดสั้นๆ อย่างได้ใจความว่า “พวกโจ้กเกอร์เรียก”


สิ้นคำพูด เจ้าของเรือนผมสีฟ้าก็วิ่งตรงไปหาสองคนที่เหลือทันที เครมิสเองก็วิ่งตามมาเช่นกัน โชคดีที่ตอนที่หลงเฟยมาหาได้จัดการกระต่ายไปไม่น้อย ทำให้ตอนที่วิ่งกลับมานั้นไม่ได้ลำบากอะไรมากนัก


หลังจากที่สี่สมทบกัน พวกเขาก็พากันวิ่งเข้าไปหลบในพุ่มไม้หนาทึบทันที ถ้าหลบอยู่ในนั้นอย่างน้อยพวกมันก็จะหาพวกเขาไปเจอสักพักล่ะนะ


“เรียกพวกเรามาทำไมเหรอ?” เครมิสเอียงคอถามด้วยความสงสัย


เรย์คุเริ่มบอกสิ่งที่พวกเขารู้ให้พวกเครมิสรู้ทันที หลงเฟยไม่ได้ทำหน้าแปลกใจเท่าไหร่เพราะเริ่มคิดอยู่แล้ว ส่วนเครมิสนั้นอ้าปากค้างเท่าตูดเป็ด


“ฟังนะ” โจ้กเกอร์พูด เรียกความสนใจจากทั้งสามคนอีกครั้ง ก่อนที่จะสยายสิ่งที่เธอคิดให้พวกเขา “ส่วนมากสัตว์ที่สามารถคิดแนวรบแบบไม่โง่อย่างรุมมาทีเดียวมักจะมีหัวหน้าฝูง โดยเฉพาะพวกที่มีกันเยอะขนาดนี้...”


“และเจ้ากระต่ายนี่ก็ด้วยสินะ?” เรย์คุถาม ถึงเขาจะรู้ว่ามีกระต่ายเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ได้รูเกี่ยวกับส่วนนี้ด้วย


โจ้กเกอร์พยักหน้า


“แล้วจะให้พวกข้าเอายังไง?” หลงเฟยยิงคำถามบ้าง ซึ่งเครมิสกับเรย์คุก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน


“เจ้าพวกนี้น่ะถ้าไร้หัวหน้าแล้วก็จะหมดความมั่วใจทันที เหมือนกับหุ่นยนต์ที่ไม่มีคนกดรีโมตนั่นแหละ” โจ้กเกอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “ถ้าจัดการพวกหัวหน้าได้มันก็หนีหัวหดกันไปเอง”


“หมายความว่าเราต้องหาหัวหน้าของมันให้เจอสินะ” เรย์คุทำหน้าเหมือนจะเข้าใจก็ใช่ จะว่าไม่เข้าใจก็ไม่เชิง


หลงเฟยถามด้วยสีหน้าราบเรียบ “แล้วจะบุกไปแบบโต้งๆ เลยงั้นเหรอ?”


โจ้กเกอร์ส่ายหน้า อธิบายต่อไป “ฉันคิดว่าต้องมีใครสักคนที่ต้องตามหาหัวหน้าแล้วทำให้สลบไปซะ ถ้ายังมีอีกสามคนอยู่พวกกระต่ายก็ไม่น่าจะสงสัย”


“เราไปก็ได้นะ!” เครมิสเสนอตัวทันทีพร้อมดวงตาที่เป้นประกายวิ๊งๆ


ไปทำให้เสียแผนน่ะสิ...


สามคนที่เหลือคิดในใจเงียบๆ


โจ้กเกอร์ส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก ฉันคิดไว้แล้วว่าจะให้ใครไป”



เรย์คุ เครมิส กับหลงเฟยหันขวับมามองเธอทันที


“ใคร?” หลงเฟยถามสั้นๆ


“ก็...นายยังไงเล่า!!” โจ้กเกอร์ชี้ไปทางด้านซ้ายของตน


...เรย์คุนั่นเอง!


“หะ หา...!?!”



“ปัดโธ่เอ๊ย ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย” เรย์คุบ่นกับตัวเองเบาๆ


หลังจากที่โจ้กเกอร์บอกว่าจะให้เขาไปเป็นตัวล่อแล้ว ถึงเขาจะเลือดออกหน้าซีดตัวสั่นยังไงก็ค้านไม่ได้ เนื่องจากเหตุผลของเธอมีเสียเต็มประดาว่า


‘แล้วอย่างนายจะรอดหรือไงถ้ามาเป็นเป้าล่อให้กระต่ายเกือบร้อยตัวน่ะฮะ ยิ่งบาดเจ็บอยู่ด้วยนี่’


ที่พูดมามันก็จริงหรอก แต่ไม่จำเป็นต้องทำหน้าดูแคลนขนาดนั้นก็ได้นะเฟ้ย!


เขากัดฟันกรอดอย่างโมโห โชคยังดีที่แผลเริ่มแห้งแล้ว ทำให้การเคลื่อนไหวปกติไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่ถ้ากระแทกแรงๆ แผลอาจจะเปิดอีกก็ได้ เขาจึงถูกกำชับเป็นพิเศษว่าให้ลอบเข้าไปให้เงียบที่สุด


ตอนนี้เรย์คุแอบลอบมาถึงด้านในของป่าฝั่งหนึ่งได้แล้ว เพราะหลงเฟยบอกว่ากระต่ายมาจากทางนี้มากที่สุด หัวหน้าก็น่าจะประจำการอยู่ตรงนี้ไม่ผิดแน่


เขาแหวกพุ่มไม้ออก นัยน์ตาสีน้ำเงินกระพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นฝูงกระต่ายด้านใน


โอ้มายก็อด! ยังมีอีกเป็นฝูงมดเลยวุ้ย!


กระต่ายหลายสิบตัวกำลังซ่อนตัวเงียบๆ อยู่หลังต้นไม้หรือหิมะ ถ้าเอาไปรวมกันกับกระต่ายที่ถูกส่งออกไป ก่อนหน้านี้คงได้ราวๆ ร้อยห้าสิบตัวแหงๆ


พลันเรย์คุก็ชะงักเขามองไปที่กระต่ายตัวหนึ่งที่อยู่ด้านในสุด มันมีตัวที่แข็งแกร่งและใหญ่กว่าตัวอื่นๆ เขี้ยวของมันเองก็มีสีของเลือดที่แห้งกรังมาเป็นเวลานานจนเข้มเกือบดำ ขนของมันเองก็ไม่ได้ดูน่ารักเหมือนของเจ้าตัวอื่นๆ เพราะขนของมันออกจะดูแข็งๆ เหลือบสีเทา อีกทั้งที่เด่นที่สุดคือ...


มงกุฎที่ทำมาจากหัวกะโหลกคน!


เรย์คุลูบแขนไปมาอย่างขนลุก เขาไม่รู้ว่ามันเป็นแฟชั่นหรืออะไรของกระต่ายพวกนี้ แต่หากจะมาสร้างความยำเกรงล่ะก็ แค่เขี้ยวและมงกุฎนั่นก็เพียงพอแล้ว!


เจ้าของผมสีน้ำเงินสูดหายใจลึกๆ จะมาหนีเอาตอนี้ก็คงจะไม่ได้แล้ว เขาค่อยๆ ย่ำไปบนพื้นหิมะเบาๆ เกิดมาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแค่ส่งของยังต้องเจอทั้งเสือเขี้ยวมรณะกับกระต่ายกินคน ต่อไปถ้าขำเควสถอนหญ้าคงไม่โดนไก่ยักษ์มางาบไปกินหรอกใช่มั้ย!?


ขณะที่เรย์คุกำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย มือข้างหนึ่งก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋าในเสื้อหนาวของตน ขวดแก้วเล็กๆ อันหนึ่งที่มีน้ำสีฟ้าใสๆ อยู่ข้างในถูกเอาออกมาจากกระเป๋าอย่างระมัดระวัง...


‘ฟังนะเรย์ เจ้านี่คือระเบิดควัน ฉันมีแค่ขวดเดียวเผื่อฉุกเฉินเท่านั้น เอาไปใช้ตอนจัดการกับกระต่ายนั่นซะ จำไว้ว่าตอนลงมืออย่าส่งเสียงออกมา นายก็น่าจะรู้นะว่ากระต่ายมีประสาทสัมผัสทางเสียงดีแค่ไหน อ้อ อีกอย่างควันนี่อยู่ได้แค่หนึ่งนาทีเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่าชักช้าหรือลังเลล่ะ!’


ก็น่าจะดีใจหรอกที่หล่อนอุตสาห์ควักของของตัวเองมาเพื่อเขาแบบนี้ แต่ถ้าหากยัยนั่นมาทำเองจะดีกว่าเยอะเลย!


เขาคิดด้วยสีหน้าสิ้นหวัง เอาเถอะ! ยังไงซะเขาก็จะต้องจัดการกับเจ้ากระต่ายพิสดารที่มีขนเป็นสีปูนสี่สิบเปอร์เซ็นต์ โคลนยี่สิบเปอร์เซ็นต์ สีหิมะสิบเปอร์เซ็นต์ และสีใบไม้เหี่ยวๆ อีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ให้ได้!


“ย้ากกกกก ตายซะเถอะแก๊!!!” ร่างสูงรีบวิ่งไปหาจ่าฝูงกระต่ายอย่างสิ้นคิดทันที ถ้าโจ้กเกอร์มาเห็นคงทำสีห้าปวดตับแหงๆ ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้ทำเงียบๆ น่ะ!




แต่ช่างน่าเสียดายที่โจ้กเกอร์ไม่เห็น เลยรอดตัวไป...


“อ๊ะ เราว่าเราได้ยินเสียงอะไรนะ” เครมิสพูดหลังจากที่เพิ่งใช้ศอกกระแทกกับหลังคอกระต่ายตัวหนึ่งไป แล้วโยนไปด้านหลัง


หลงเฟยพยักหน้าเชิงว่าได้ยินเหมือนกัน พร้อมๆ กับที่เขี่ยซาก(?)กระต่ายที่นอนสลบเพราะฝีมือของตนเองไปไว้ใกล้ๆ กับโจ้กเกอร์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง


“สงสัยจะเริ่มแล้วล่ะมั้ง” โจ้กเกอร์ว่า ก่อนที่จะหันไปแหวใส่เครมิสที่โยนกระต่ายไปอย่างมั่วซั่ว “เฮ้เครมิส! เอามากองรวมๆ กันสิ กระต่ายกับหิมะมันแยกยากนะ”


เครมิสเบ้ปากเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับไปรวมกระต่ายไว้ในที่เดียวกันกับที่หลงเฟยกองไว้



ถ้าจะถามว่าทำไมถึงชิวขนาดนี้น่ะเหรอ เพราะว่ากระต่ายมันน้อยลงจนแทบจะเหลือไม่ถึงหกสิบตัวด้วยซ้ำแล้วน่ะสิ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเมื่อหัวหน้าฝูงมีอันตราย กระต่ายบางส่วนก็ต้องกลับไปคุ้มกันหัวหน้าของตน และอีกส่วนก็เพราะขวดยาสลบที่โจ้กเกอร์ไปเอามาน่ะสิ!


โจ้กเกอร์ถือเข็มฉีดยาอันเล็กไว้ในมือก่อนที่จะฉีดไปที่กระต่ายที่นอนสลบอยู่บนพื้นไปเรื่อยๆ เพราะเธอเห็นว่าห้ามฆ่าสัตว์พวกนี้ ก่อนไปทำเควสเธอเลยเตรียมมาเยอะเป็นพิเศษ ขนาดเตรียมไว้เยอะขนาดนี้ยังเกือบจะไม่พอเลยนะเนี่ย ยังดีที่ยาพวกนี้แรงพอควร เลยพอจะเฉลี่ยให้ครบประมาณร้อยห้าสิบตัวได้


ทีนี้เจ้าพวกกระต่ายนรกนี่ก็จะไม่มาลุกขึ้นมาฟัดกับพวกหลงเฟยให้เกะกะลูกตาเธออีก!


หลงเฟยใช้สันเคียวตวัดไปเรื่อยๆ ต่างจากท่าทางก่อนหน้านี้มากนัก เรียกได้ว่าเขาคิดเรื่องอื่นไปด้วยโบกเคียวไปด้วยยังได้ ยังไงเสียกระต่ายกินคนก็ใช่ว่าจะเก่งอะไรนักหนาถ้าไม่ใช้จำนวนเข้าแลก


“นี่ๆๆ หมดแล้วล่ะ!” เครมิสพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง เขายิ้มบานทุกครั้งเมื่อคิดว่าจะได้กลับไปหาของกินอร่อยๆ กินเสียที


“ยังไม่หมดเสียหน่อย ข้างในนั้นยังมีอีกเยอะ” หลงเฟยพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่จะเดินนำหน้าทั้งสองคนเข้าไปหาเรย์คุในป่าด้านใน


โจ้กเกอร์ขำเบาๆ กับท่าทีของหลงเฟย ดูแล้วน่าจะห่วงเพื่อนร่วมทีมมากกว่าที่คิดนะเนี่ย...


ถึงแม้สุดท้ายจะต้องสู้กันเองก็เถอะ...


เด็กสาวมองแผ่นหลังของคนข้างหน้าแวบหนึ่ง ในใจรู้สึกว่าช่างน่าตลกเสียนี่กะไร ยิ่งทำเควสมากขึ้นสายสัมพันธ์ของผูเข้าแข่งขันก็จะยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น...และสุดท้ายก็ต้องสู้กับ ‘เพื่อน’ เพื่อตนเอง


“เอ้าเครมิส เข้าไปช่วยเรย์กันเถอะ”




ปุ๋ง!

ระเบิดควันสีขาวกระจายไปทั่ว กระต่ายทั้งหลายต่างก็ทำหน้าเหลาหลาอย่างสับสน แม้กระทั่งเสียงร้องที่ใครบางคนตะโกนตอนวิ่งออกมายังไม่คิดจะแล ร่างสูงค่อยๆ ย่ำเข้าไปหาจ่าฝูงของกระต่ายกินคนอย่างระมัดระวัง


โอกาสมีเพียงครั้งเดียว อย่าเสียโอกาสดีๆ แบบนี้ไปเด็ดขาด!


เจ้าของผมสีน้ำเงินสำรวจไปรอบๆ ด้านก่อนที่จะสะดุ้งเฮือกเนื่องจากกระต่ายที่สับสนอลหม่านกันอยู่ดีๆ ก็ชะงักแล้วหันมมองเขาเป็นตาเดียว...


มองด้วยสายตาที่กระหายอยากจะฉีกกระชากเนื้อของเขาเป็นชิ้นๆ!


เรย์คุหน้าซีดเผือก เขาไม่ได้ส่งเสียงอะไรซักหน่อยนี่นา...


‘จำไว้นะว่าพวกมันชอบกินเนื้อและเลือดมากที่สุด เพราะฉะนั้นยิ่งมีเลือดมากเท่าไหร่ พวกเจ้าก็จะหลบพวกมันยากขึ้นเท่านั้น’


พลันประโยคของหลงเฟยที่พูดก่อนหน้านั้นก็ดังเข้ามาในหัวของเรย์คุ เขารีบมองมาที่แผลของตัวเองทันที กลิ่นเลือดไม่ได้ฉุนมากนัก แต่ก็เพียงพอต่อการล่อกระต่ายกินคนฝูงนี้แล้ว!!!


ยังไม่ทันที่เขาจะหาวิธีจัดการซักนิดเดียว กระต่ายนับสิบตัวก็พุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูง


เคร้ง!


“จะรอกันหน่อยก็ไม่ด้หรือไงฟะไอ้กระต่ายโสโครก!!!” เรย์คุที่ยกดาบมากันได้อย่างหวุดหวิดแหกปากด่าลั่น กระต่ายตัวไหนจะได้ยินไม่ได้ยินใครจะไปสนกันเล่า ขอแค่จัดการกับเจ้าหัวหน้าซกมกนั่นก็เป็นอันเสร็จใช่มั้ยล่ะ!


คิดจบขาทั้งสองก็รีบวิ่งไปทางจ่าฝูงกระต่ายกินคนทันที ทำให้แผลแห้งหน่อยๆ ได้ปริออกมาแล้วมีเลือดหยดออกมาเป็นทางยาว เจ้าของดาบกัดฟันทนกับสติที่เริ่มพร่าเลือน เขาใช้สันดาปฟันไปรอบๆตัวโดยไม่มองว่าจะโดนหรือไม่ เพราะอย่างไรเสียกระต่ายเยอะขนาดนี้ฟันหนึ่งรอบก็ต้องมีตัวที่โดนมากกว่าหนึ่งตัวอยู่แล้ว


เมื่อวิ่งไปถึงจ่าฝูงแล้วเรย์คุก็จัดแจงยกดาบขึ้นมาเตรียมผ่ากบาลมันทันที รอยยิ้มของร่างที่ถือดาบเหยียดออกมาราวกับผู้มีชัย เขาตวัดดาบลงอย่างรวดเร็ว...


หากแต่...


กี๊ดดดดดด!!!!


“อ้ากกกก!!” เรย์คุร้องออกมาดังลั่น เลือดทะลักออกมาจากปากแผลที่หัวไหล่ไม่หยุด พอหันไปมองที่ขาก็พบว่าเจ้ากระต่ายกินคนนั่นกำลังกัดขาเขาอยู่ และนอกจากจะไม่ปล่อยแล้วยังกัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ อีก


คนถูกลอบทำร้ายทรุดลงไปนอนกับพื้นหิมะ ดวงตาทั้งสองข้างหรี่ลงจนแทบปิด เขาก่นด่าพวกโจ้กเกอร์ในใจที่เตะให้เขามาทำงานแบบนี้ ทั้งๆ ก็รู้อยู่แล้วน่ะว่าแผลของเขาไม่ใช่ว่าจะหายภายในเวลาแค่นั้น!


เขาเหลือบมองขึ้นไปด้านบน กรงเล็บของจ่าฝูงของกระต่ายเงื้อขึ้นสูง สงสัยเขาคงจะเป็นมื้อเย็นให้พวกมันแล้วล่ะมั้ง


อย่างน้อยก็ฝังกระดูกเขาใกล้ๆ กับยาฆ่าเชื้อล่ะกัน...


กรงเล็บตวัดลงมาอย่างรวดเร็ว เลือดสีแดงสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนหิมะสีขาวบริสุทธิ์ นัยน์ตาสีน้ำเงินของคนที่นอนอยู่เบิกกว้างขึ้นนิดหน่อย เพราะเลือดที่หยดลงมาจากกรงเล็บของจ่าฝูงกระต่ายกินคนนั่นไม่ใช่เลือดของเขา แต่เป็นของคนที่เขาคาดไม่ถึง...!


แก้ไขล่าสุดโดย Chalela เมื่อ Tue May 08, 2012 11:02 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง
Chalela
Chalela

จำนวนข้อความ : 158
Join date : 25/04/2012
Age : 22

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  RUMINA Wed May 02, 2012 8:50 am

TURN III by RUMINA


บุคคลนั้นก็คือ หญิงสาวหนึ่งเดียวในกลุ่ม โจ้กเกอร์ วาเลนไทน์!!!


“นี่เรย์!”เจ้าของผมสีขาวข้างหน้าร่างของเรย์คุตวาดด้วยเสียงที่ค่อนข้างจะหงุดหงิด


“จะทำเท่แอ๊บแมนก็ดูสถานการณ์หน่อยสิ ถ้าฉันรู้ว่าแผลลึกขนาดนั้นฉันคงไม่ปล่อยให้นายมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่หรอกน่า!”


เรย์คุไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขามองไปยังมือข้างซ้ายของเด็กสาวที่จับกรงเล็บของกระต่ายกินคนไว้แน่น เรย์คุล่ะอยากจะด่าเจ้าตัวตลกข้างหน้านี่จริงๆทั้งๆที่เธอใช้ลวดเป็นอาวุธแล้วยังจะเอามือมารับกรงเล็บอีก!


โจ้กเกอร์สะบัดมือออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะปล่อยหมัดตรงไปที่ใบหน้าของเจ้าของกรงเล็บทันที ไม่รู้ว่าเพราะบวกกับความแค้นที่ทำให้เธอมีแผลไปด้วยหรือเปล่า เรย์คุถึงเหมือนจะเห็นดาวบนหัวของจ่าฝูงเมื้อกี้ลอยไปลอยมาชอบกล


“อ๋า เรยนิเนล่าไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?”เครมิสพูดหลังจากที่เพิ่งจะจัดการกระต่ายที่คิดจะลอบโจมตีเมื่อครู่หมด สีหน้าของเขาดูวางใจมากขึ้นเมื่อเห็นเรย์คุทำหน้าบูดพร้อมคำว่าเชื้อโรคบนหน้าของเจ้าตัว


ไม่น่าจะเป็นอะไรแล้วล่ะมั้ง


หลงเฟยที่จัดการกับกระต่ายที่เหลือก็เพิ่งจะเดินมาสมทบเช่นกัน เขาเอาใบไม้แถวๆนั้นมาโปะบนบาดแผลที่ขาและไหล่ของเรย์คุ กลิ่นของมันฉุนเสียจนเรย์คุทำหน้าเหยเก


“นั่นอะไรน่ะ?”


“สมุนไพร....ต้นนี้ข้ารู้จัก ไม่เป็นอันตราย”หลงเฟยอธิบายพลางทำแผลต่อไป


เรย์คุพยักหน้า


โจ้กเกอร์ที่เพิ่งจัดการกับหัวหน้าเสร็จเดินมาดู เธอเลิกคิ้วมองแผลที่ขากับหัวไหล่ของเรย์คุ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในป่าพร้อมพูดว่า


“ฉันจะไปหาฟืน แถวๆนี้มีลำธารอยู่ พอเรย์ไปที่นั่นแล้วจะได้หาอะไรกินกัน วันนี้เราจะพักอยู่แถวๆนี้แหละ”


เครมิสพยักหน้าด้วยความว่าง่ายทันทีเมื่อได้ยินคำว่าหาอะไรกิน เขาพยุงเรย์คุขึ้นแล้วเดินตามหลงเฟย


“อยากกินหม้อไฟอ่ะโจ้กเกอรเรรีไรซ์” เครมิสพูดโดยไม่ใช่หัวคิดแม้แต่นิดเดียวเลยว่าจะไปทำได้ยังไง


โจ้กเกอร์ที่อยู่ในป่าหันกลับมา เธอฉีกยิ้มหวานก่อนที่จะพูดกับเครมิสว่า “เอาสิ ถ้านายหาหม้อเจอฉันจะทำให้กิน”


หาหม้อในป่าเนี่ยนะ จะไปหาเจอได้ยังไง?


เรย์คุกับหลงเฟยคิดในใจเงียบๆ แต่ก็ไม่คิดจะขัดโจ้กเกอร์อยู่แล้ว ให้เจ้าตัวยุ่งหายไประหว่างทำอาหารจะทำให้พวกเขายินดีอย่างยิ่ง!


“งั้นพอไปส่งเรยนีเซล่าเสร็จเราไปหาเลยล่ะกัน!” เครมิสพูดด้วยตาเป็นประกาย


โจ้กเกอร์พยักหน้า ก่อนที่จะก้มลงไปเก็บฝืนแถวๆ นั้น


สงสัยเธอจะต้องอยู่กับเจ้าพวกนี้อีกนานเลยล่ะ!


“เดี๋ยวก่อน....”ขณะที่โจ้กเกอร์กำลังจะเดินไปเก็บฟืนบริเวณอื่น หลงเฟยก็ตะโกนเรียก


โจ้กเกอร์ชะงัก


“หาสมุนไพรหน้าตาแบบนี้ทำแผลให้ตัวเองด้วย”ว่าพลางชูใบไม้ที่เหลือจากการโปะบาดแผลเรย์คุให้ดู ซึ่งหญิงสาวก็พยักหน้ารับสบายๆก่อนจะเดินจากไป


หลงเฟยหันมาพยักพเยิดให้เครมิสรับรู้ประมาณว่าให้ตามเขามา


ดีที่ช่วงที่ไม่มีเควสเข้ามาให้ทำนั้น เขาศึกษาสถานที่ต่างๆในไมนัสได้พอสมควร เพราะฉะนั้นแผนที่ป่าหิมะต้องสาป เขาอ่านจนทะลุปรุโปร่งแล้ว ป่าหิมะต้องสาปมีลำธารสายเดียว น่าจะหาเจอได้ไม่ยากนัก


แต่ที่ไม่แน่ใจก็คือ ลำธารที่โจ้กเกอร์บอกจะกลายเป็นน้ำแข็งไปรึเปล่านี่สิ








เมื่อเดินตรงมาไม่นาน ทั้งสามก็พบกับลำธารสายหนึ่งจนได้


น้ำในลำธารเป็นสีฟ้าใส ไม่ลึกมาก มองเห็นสิ่งมีชีวิตได้ชัดเจน แต่กระแสน้ำค่อนข้างไหลแรง บางครั้งก็มีแผ่นน้ำแข็งลอยมากับกระแสน้ำ ส่วนตรงริมลำธารนั้นบางส่วนกลายเป็นน้ำแข็งไปซะแล้ว


เครมิสพยุงเรย์คุให้นั่งลงใต้ต้นไม้ข้างๆลำธาร แล้วหันมามองปลาในแม่น้ำตาเป็นประกาย


“ว้าวๆ ปลาเต็มไปหมดเลย”


“เอามาทำอาหารเย็นก็ได้”หลงเฟยบอก ซึ่งนั่นทำให้มังกรไฟกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจลงลำธารทันที


“ระวังกระแสน้ำด้วยสิฟระ!!!”เรย์คุร้องบอก แต่เครมิสก็หาได้ฟังไม่ ยังคงกระโดดตะครุบจับปลาต่อไป


หลงเฟยทรุดตัวลงนั่งข้างๆเรย์คุ พลางรื้อสัมภาระบางอย่างในเป้ของตัวเองออกมา


ถุงนอน ไฟฉาย หม้อขนาดใหญ่ ไฟแช็ก กล่องปฐมพยาบาล........อุปกรณ์เดินป่านี่เอง!!!


เรย์คุอ้าปากค้าง


“นะ นาย......เอามาทำไมไม่บอก....”ชายหนุ่มว่าเสียงตะกุกตะกัก กระเป๋าของร่างบางใบเล็กติ๊ดเดียว ทำไมใส่ถุงนอนมาได้สำหรับสี่คนเลยล่ะ แถมยังใส่ของอย่างอื่นได้อีกด้วย


“กระเป๋าสี่มิติ”หลงเฟยตอบสั้นๆ แต่พอมองเครื่องหมายคำถามที่แปะอยู่เต็มหน้าเรย์คุจึงอธิบายว่า


“กระเป๋านี่ซาไมร์ให้ข้ามา คุณสมบัติก็คือ ใส่สิ่งของมากเท่าไหนก็ได้.......เป้ของเครมิสเองก็เหมือนกับของข้านั่นล่ะ”


เท่านั้นล่ะ ชายหนุ่มเรือนผมสีน้ำเงินรีบหันขวับไปมองเป้ที่เครมิสสะพายอยู่ทันที


“เอ๋? เรโยอิมากัวน่ามองเราทำไมหรอ?”เครมิสที่รู้สึกถึงสายตาอันแรงกล้าหันมาเอียงคอมองทั้งสองที่อยู่บนฝั่งตาแป๋ว แต่สองมือกำลังจับปลาตัวอ้วนสองตัวแน่นไม่ยอมปล่อย


“เปล่า”เรย์คุแยกเขี้ยวแล้วสะบัดหน้าหนี ในใจยังรับไม่ได้กับความติงต๊องของมังกรหนึ่งเดียวในกลุ่ม แต่ดันมีของพิเศษกับตัวเยอะแยะซะงั้น


“กล่องปฐมพยาบาลนายก็เอามานี่ ทำไมไม่เอาออกมาตั้งแต่แรกล่ะ”เรย์คุถาม


“เอาออกมาตอนแรกก็โดนพวกเจ้าใช้หมดน่ะสิ”หลงเฟยพูดเสียงเย็น มือเปิดกล่องแล้วหยิบยาฆ่าเชื้อกับผ้าพันแผลออกมาพันให้เรย์คุเงียบๆ


นอกจากเขาแล้ว ทั้งเครมิส เรย์คุ และโจ้กเกอร์ต่างบาดเจ็บเลือดไหลซิบๆ แค่สมุนไพรที่เขาเก็บได้เมื่อครู่ไม่สามารถบรรเทาอาการบาดเจ็บได้หมดแน่นอน เพราะฉะนั้น ทางเลือกสุดท้ายก็คือ เอากล่องปฐมพยาบาลออกมาเท่านั้น


“มาแล้ว”โจ้กเกอร์ที่มาสมทบทีหลังยิ้มกว้างพร้อมกับวางฟืนที่หาได้ลงหน้าหลงเฟยและเรย์คุ


หญิงสาวมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแดงแกมดำ....ฟ้าเริ่มมืดแล้ว


“เอาล่ะ มาก่อกองไฟกันดีกว่า!!!”โจ้กเกอร์ชูมือขึ้นฟ้า ตะโกนเสียงดัง


“เย้!!!”เครมิสโห่ร้องตอบรับพร้อมกับขึ้นจากลำธาร อ้อมแขนของชายหนุ่มเต็มไปด้วยปลาตัวอ้วนนับสิบ


“จับมาทำไมเยอะแยะ แค่สี่คนไม่น่าจะ....”กินเยอะขนาดนี้ เรย์คุโวยวาย


“เครมิสเป็นมังกร กินเยอะเป็นเรื่องธรรมดา”หลงเฟยพูดแทรก เขาทำแผลให้เรย์คุเสร็จแล้ว จึงยื่นกล่องพยาบาลให้โจ้กเกอร์ทำแผลให้ตัวเองก่อน


โจ้กเกอร์แปลกใจนิดหน่อยตอนเห็นกล่องปฐมพยาบาล แต่ก็รับมาทำแผลเงียบๆ เธอคิดในใจเรียบร้อยว่าเดี๋ยวต้องทำให้เครมิสด้วย ถึงเครมิสจะเป็นมังกร แต่ที่โดนกระต่ายกินคนกัดก็มีรอยแผลเช่นกัน


“ใช่ๆ เราอยู่ในวัยกำลังโต ท่านแม่บอกว่าเราต้องกินเย๊อะเยอะ”เครมิสวาดมือบนอากาศราวกับจะบอกปริมาณอาหารที่เขากินในแต่ละวัน ทำให้ปลาที่จับมาได้ตกพื้นจนเลอะหิมะไปหมด


“เฮ้ย! ปลาเลอะหมดแล้ว ไอ้บ้า!!!”เรย์คุสบถ


“เอาเถอะน่าๆ เดี๋ยวทำปลาย่างแล้วลอกหนังออกแล้วกัน”โจ้กเกอร์หัวเราะพลางบอกอย่างใจเย็น มือก็พันแผลไปพลาง


หลงเฟยมองการโต้เถียงของทั้งสามเงียบๆ จากนั้นก็เอาฟืนมาสุมกันเงียบๆ แล้วก่อกองไฟเงียบๆ สุดท้ายก็เอาปลามาเสียบไม้แล้วย่าง.....เงียบๆ


“อ่า! เราจะทำหม้อไฟอ่า”เครมิสที่เห็นหลงเฟยเริ่มย่างปลาบีบน้ำตาปริบๆ เขาอยากทำหม้อไฟนี่ ส่วนหม้อก็ โอ๊ะ! นั่นไง


มังกรไฟรีบถลาไปตรงหม้อที่หลงเฟยเอาออกมาจากกระเป๋าแล้วโชว์ให้ทุกคนดู


“นี่ไงๆ! เราหาหม้อได้แล้วนะ โจกิกี้อิเกอเดอร่า”


โจ้กเกอร์เบิกตากว้างขึ้นนิดๆ ปากพึมพำ


“ใครเอาหม้อมาไว้กลางป่าแบบนี้เนี่ย คนคนนั้นคงจะบ้าน่าดู”


เรย์คุหลุดขำพรืด


“ข้าเอง”หลงเฟยตอบ ทำเอาโจ้กเกอร์อ้าปากค้าง


“เอาหม้อมาทำไมน่ะหลงเฟย”โจ้กเกอร์ถาม


“ต้มซุ๊ป”ร่างโปร่งตอบสั้นๆ นัยน์ตาสีม่วงเหลือบมองเครมิสที่ตื่นเต้นดีใจเพราะเจอหม้อมาทำหม้อไฟแล้วถอนหายใจ สงสัยจากรายการอาหารที่เขาวางแผนไว้จะถูกเปลี่ยนเป็นหม้อไฟแทนซะแล้ว


“ต้มหม้อไฟ ต้มหม้อไฟ~”เครมิสร้อง


โจ้กเกอร์กุมขมับ


“แต่ปลามันเลอะแล้วนะ จะทำหม้อไฟได้ยังไงล่ะ”


“ล้างยาฆ่าเชื้อก่อนแล้วกัน”เรย์คุเองก็อยากกินปลาต้มหม้อไฟมากกว่าปลาย่าง จึงลองเสนอความเห็นดู มือแย่งกล่องปฐมพยาบาลมาจากโจ้กเกอร์เรียบร้อย


“ไม่ได้ เปลือง”หลงเฟยพูดเสียงเย็นชา แล้วแย่งกล่องปฐมพยาบาลกลับมาเก็บใส่กระเป๋าตน


“อะไรกัน แค่นิดหน่อยเองน่า นายจะหวงทำไมนักหนา”เรย์คุตั้งท่าจะแย่งกล่องกลับมา


“หลงเฟยิกาก้า ทำหม้อไฟเถอะน้า”เครมิสโบกหม้อไปมา


ขณะที่กำลังโต้เถียงกันอยู่นั้นเอง



โฮก!


เสียงดังมาจากบนต้นไม้ตรงข้ามลำธารทำให้ทั้งสี่พร้อมใจกันหันไปมอง นัยน์ตาสามคู่จ้องมองทั้งสี่จากบนต้นไม้ฉายแววอันตราย ตัวของพวกมันเป็นสีขาวบริสุทธิ์ดุจดั่งหิมะ ดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่ใบหน้าที่แยกเขี้ยวคำรามและน้ำลายไหลย้อยออกจากปากกลับทำให้สัตว์สีขาวสามตัวบนต้นไม้ดูน่ากลัวขึ้นมา


“หรือว่า....”โจ้กเกอร์อุทาน


“หมีหิมะน้ำแข็ง”หลงเฟยเอ่ยต่อ เรียกเคียวออกมาทันที


“หมีน้อยน่ารักจังเลย”เครมิสเอียงคอจ้องมองหมีหิมะน้ำแข็งไม่วางตา


“เรย์คุ นายบาดเจ็บเยอะที่สุดในกลุ่ม เพราะงั้นอย่าสู้โดยไม่จำเป็น ถอยออกไปก่อน”โจ้กเกอร์สั่ง ทำเอาเรย์คุหน้าเบ้ แบบนี้ก็เหมือนเขาไม่มีประโยชน์ใดๆในกลุ่มเลยน่ะสิ


ถึงในใจจะคิดยังไง แต่สุดท้ายเขาก็จำใจถอยหลบฉากออกไปอยู่ดี เรย์คุรู้ตัวดีว่าตัวเขาในเวลานี้คงช่วยทั้งสามต่อสู้ไม่ได้แน่ๆ


“หมีหิมะน้ำแข็งฆ่ายังไงก็ไม่ตาย แถมยังใช้เวทน้ำแข็งได้ เพราะงั้น ระวังตัวด้วย”หลงเฟยกระชับเคียวในมือเตรียมพร้อมรบ


“ถ้าฆ่าไม่ตาย แล้วจะจัดการยังไงอ่ะ?”เครมิสกระพริบตาปริบๆ ลืมเรื่องที่เควสระบุไม่ให้ฆ่าสัตว์ไปซะสนิทใจ


“คงต้องพึ่งยาสลบฉันอีกแล้วสินะ”โจ้กเกอร์บอกเสียงติดตลก มือของร่างบางขยับเส้นลวดไปมาสะท้อนแสงจากกองไฟจนเห็นได้ว่าลวดถูกขึงไปทั่วบริเวณเตรียมพร้อมปะทะหมีหิมะน้ำแข็งแล้วเช่นกัน


หมีหิมะน้ำแข็งสามตัวคำรามอีกครั้งก่อนจะกระโจนข้ามลำธารมายืนประจันหน้ากับทั้งสาม พวกมันแยกเขี้ยว ทำท่าทางดุร้าย


เครมิสเรียกดาบคู่ออกมาแล้วพุ่งตัวเขาหาหมีหิมะน้ำแข็งทันที


หมีหิมะน้ำแข็งตัวหนึ่งอ้าปากกว้าง เป่าไอเย็นใส่ร่างของเครมิสเต็มแรงจนชายหนุ่มล้มลง


ร่างของมังกรไฟถูกแช่แข็งซะแล้ว!!!


“อ๋า....นี่มันอะไรเนี่ย ทำไมน้องหมีถึงพ่นลมออกมาเป็นน้ำแข็งได้ล่ะ”เครมิสงงงวย ตั้งแต่ช่วงคอถึงขาถูกแช่แข็งอยู่ในน้ำแข็ง


ร่างโปร่งเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วไปด้านหลังของหมีหิมะน้ำแข็งตัวนั้น พร้อมกับใช้สันเคียวกระแทกที่ต้นคอจนมันกรีดร้องแล้วล้มลง จากนั้นหลงเฟยก็ทรุดตัวดูเครมิสที่ถูกแช่แข็งจนไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้นอกจากกลิ้งไปกลิ้งมา ส่วนโจ้กเกอร์ก็รับมือกับหมีหิมะน้ำแข็งอีกสองตัวไป


เรย์คุที่มองทั้งสามอย่างให้กำลังใจพลางปีนขึ้นต้นไม้ หวังว่าเจ้าหมีบ้าๆพวกนี้จะไม่คิดอุตริตามจับเหยื่อถึงบนต้นไม้หรอกมั้ง มีเหยื่ออยู่บนพื้นราบอีกตั้งสามตัว เอ้ย! สามคนนี่นา


หลงเฟยใช้เคียวเคาะน้ำแข็งที่เกาะอยู่บนตัวเครมิสอย่างแรง แต่น้ำแข็งก็ไม่มีทีท่าว่าจะแตกเลยแม้แต่น้อย


โจ้กเกอร์กระโดดล่อหมีหิมะน้ำแข็งสองตัวไปมาจนมันชักสับสนและหันหลับมาเล่นงานหลงเฟยและเครมิสที่เป็นเป้านิ่งแทน


“นี่ จะไปไหนน่ะ”โจ้กเกอร์เห็นท่าไม่ดีจึงพุ่งตัวเข้ามาสมทบกับหลงเฟยและเครมิส


“กล่องที่ปิเอโร่ให้มายังอยู่ดีใช่มั้ย”หลงเฟยกระซิบถาม โจ้กเกอร์พยักหน้า


“อยู่ในกระเป๋าฉันนี่แหละ”หญิงสาวว่าพลางตบกระเป๋าเป้บนหลังของตน


“ดูแลกล่องให้ดีๆด้วย”เจ้าของนัยน์ตาสีม่วงเตือน ซึ่งหญิงสาวก็พยักหน้ารับอีกครั้ง


“แน่นอน”


“เฮ้ เอาเราออกไปจากน้ำแข็งนี่ก่อนซี่”เครมิสย่นจมูกอย่างไม่พอใจ ตัวโดนแช่แข็งจนเหมือนหนอนน้ำแข็ง เขาเป็นมังกรธาตุไฟ ถึงจะไม่สะทกสะท้านกับอากาศหนาว แต่ถ้าโดนน้ำแข็งอุณหภูมิติดลบแปะอยู่บนตัวก็หนาวเหมือนกันนะ


“เดี๋ยวก่อนน่าเครมิส”โจ้กเกอร์ว่าพลางใช้ลวดรัดร่างน้ำแข็งของเครมิสเพื่อจะลากไปอยู่รวมกับเรย์คุแล้วค่อยหาทางละลายน้ำแข็งทีหลัง


“นายรับมือกับหมีหิมะน้ำแข็งไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันเอาเครมิสไปอยู่รวมกับเรย์คุก่อน แล้วจะมาช่วยทีหลัง”


หลงเฟยพยักหน้ารับรู้ หันมาเผชิญหน้ากับหมีอีกสองตัวพลางวิเคราะห์แนวทางการต่อสู้


เวลานี้รอบด้านมืดสนิท มีเพียงแสงจากกองไฟที่เขาก่อไว้กับแสงจันทร์ที่ส่องลงมาเท่านั้น การเคลื่อนไหวในความมืดของพวกสัตว์หากินกลางคืนอย่างหมีจึงดีกว่าหลงเฟยที่เป็นมนุษย์มาก


เวทหลักที่เขาใช้เป็นเวทน้ำแข็ง อากาศในป่าหิมะต้องสาปจึงไม่เป็นอุปสรรคต่อเขามากนัก แต่น้ำแข็งที่เกิดจากความสามารถของหมีหิมะน้ำแข็งนั้น เขาไม่แน่ใจว่าจะรับมือกับมันได้หรือไม่


ปกติหมีหิมะน้ำแข็งจะกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆของป่าหิมะต้องสาป ไม่อยู่รวมกันเป็นฝูง ที่เจอแค่สามตัวนี่ถือว่าโชคดีมาก เพราะพวกมันสามารถใช้เวทน้ำแข็งในเขตที่ไม่ให้ใช้เวท ถ้าเจอเป็นฝูงอาจจะไม่รับมือได้ง่ายดายแบบนี้


หมีหิมะน้ำแข็งตัวที่สลบไปฟื้นขึ้นมาและไปรวมกลุ่มกับอีกสองตัวแล้ว แทนที่พวกมันจะพุ่งเข้าจู่โจมใส่หลงเฟย พวกมันกลับเงยหน้าสูดกลิ่นบางอย่างแล้วเดินเข้าไปใกล้กับกองไฟ


หรือว่า.....กลิ่นปลาย่างจะนำพวกมันมาที่นี่?!


ร่างโปร่งมองหมีหิมะน้ำแข็งที่กำลังกัดเนื้อปลาออจากไม้ที่เขาเสียบลงดินไว้อย่างเมามัน ดูท่าพวกมันคงจะหิวมากจนไม่ได้สนใจศัตรูที่ไม่มีกลิ่นน่ากินเท่าเนื้อปลาย่างสินะ


โจ้กเกอร์ที่เอาเครมิสไปวางไว้ใต้ต้นไม้ข้างๆเรย์คุกลับมายืนข้างๆหลงเฟย นัยนต์ตาของหญิงสาวมองหมีสามตัวอย่างแปลกใจที่มันไม่โจมตีพวกเขาอีกต่อไป


“ดูท่าว่าพวกมันจะหิวจัดสินะ”โจ้กเกอร์หัวเราะเบาๆ อาหารมื้อเย็นของพวกเขาถูกน้องหมีน้อยแย่งกินซะแล้ว .....แอบได้ยินเสียงเรย์คุโวยวายดังมาจากบนต้นไม้ด้วยสิ


“ไอ้หมีบ้าสีน้ำตาลผสมโมโนโซเดียมกลูตาเมต 32% อย่ามาแย่งมื้อเย็นฉันนะโว้ย ย้าก!!!!”ดูท่าว่าเจ้าตัวอยากจะลงมาซัดหมีทั้งสามที่แย่งอาหารของตัวอย่างแรง ถ้าไม่ติดว่า......ยังห้อยต่องแต่งอยู่บนต้นไม้


“ฮึกๆ น้องหมีโหดร้าย....เราอุตส่าห์จับปลาด้วยความยากลำบาก (และความสนุกสนาน) เชียวนะ มาแย่งกันแบบนี้เลยหรอ แง้ๆ”เครมิสน้ำตาคลอ เท้าที่ไม่โดนแช่แข็งเขย่าไปมาหวังจะให้น้ำแข็งตรงช่วงขาแตกแล้วจะได้วิ่งไปตีก้นน้องหมีอย่างช้ำใจ


“จะเอายังไง?”หลงเฟยถามโจ้กเกอร์เสียงเรียบ เขาเก็บเคียวไปแล้วเพราะคิดว่าไม่น่าจะต้องสู้กับหมีหิมะน้ำแข็งอีก


เดี๋ยวคงต้องให้เครมิสไปหาปลาใหม่แล้วล่ะ.....


“อืม จะให้น้องหมีมาแย่งมื้อเย็นพวกเราไม่ได้ซะด้วย ฉีดยาสลบอย่างแรงแล้วกัน ฉันยังเหลืออีกสามหลอดพอดี น่าจะทำให้น้องหมีหลับไปได้สักสองวันอ่ะนะ”โจ้กเกอร์ฉีกยิ้มชั่วร้าย เก็บลวดซึ่งเป็นอาวุธของตนบ้าง


ร่างบางสาวเท้าเข้าไปใกล้เหล่าหมีหิมะน้ำแข็งที่ไม่รู้ชะตากรรมและยังคงสวาปามปลาย่างต่อไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว


หญิงสาวเรือนผมสีขาวลอนเป็นประกายกระโดดตีกังกากลางอากาศตกลงไปคร่อมไปหลังหมีตัวหนึ่งด้วยวิชาตัวเบาพอดิบพอดี ร่างบางทิ่มเข็มหนึ่งหลอดตรงคอของหมีหิมะน้ำแข็งตัวนั้นแล้วฉีดยาเข้าไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กระโดดพลิกตัวไปขี่หลังหมีอีกตัว แต่คราวนี้เธอทิ่มเข็มที่คอของหมีสองตัวทีเดียวรวดเพราะมันยืนอยู่ใกล้กัน สุดท้ายหลังจากฉีดยาสลบไปเรียบร้อยเธอก็กระโดดตีลังกาสามตลบกลับมายืนข้างๆหลงเฟยอย่างสง่างามไร้ที่ติ โดยที่หมีหิมะน้ำแข็งไม่ได้รับรู้เลยว่าพวกมันได้ถูกฉีดยาสลบใส่เรียบร้อย


แปะ แปะ แปะ!



เสียงปรบมือชื่นชมโดยเรย์คุดังก้องทั่วบริเวณเป็นเอฟเฟคประกอบบรรยากาศ


“สุดยอด ทำได้ยังไงเนี่ย”เรย์คุมองอย่างอึ้งๆ


โจ้กเกอร์ยิ้มรับคำชม


“ขอบใจที่ชมนะ”


“ว้าวๆ โจเกกรูเอเรเจ๋งจังเลย”เครมิสยิ้มสดใส


เมื่อกี้นายยังร้องไห้อยู่เลยไม่ใช่เรอะ?!


หลงเฟยไม่ได้พูดอะไร ยังคงจ้องหมีสามตัวที่โจ้กเกอร์ฉีดยาสลบใส่ พวกมันยังคงแทะเนื้อปลาต่อโดยไม่มีอาการอะไร


“ทำไม?”


เสียงถามจากเจ้าของเรือนผมสีฟ้าทำให้โจ้กเกอร์ต้องอธิบาย


“ยาสลบอย่างแรงมีข้อเสียที่ออกฤทธิ์ช้า...”ทันใดนั้นหมีทั้งสามตัวก็ล้มลง


“และออกฤทธิ์ตอนที่ฉันอธิบายข้อเสียทุกที”เสียงใสเอ่ยต่อหน้าตาย เรียกเสียงหัวเราะสดใสจากเครมิสและเรย์คุได้เป็นอย่างดี แม้แต่หลงเฟยก็ยังแอบหลุดขำในใจเช่นกัน


เรย์คุปีนลงจากต้นไม้ด้วยความยากลำบากมานั่งข้างๆเครมิสที่นอนเป็นหนอนแช่แข็ง


“แล้วร่างของหมีพวกนี้จะเอายังไง?”ร่างสูงนัยน์ตาเป็นประกาย เอาหนังมันมาทำเสื้อคลุมอีกชั้นดูจะอุ่นน่าดู


“เอาไปกองรวมกันไว้ตรงโน้น”โจ้กเกอร์ชี้ แต่เพราะเครมิสที่เป็นตัวแบกประจำกลุ่มโดนแช่แข็ง และเรย์คุบาดเจ็บ หลงเฟยจึงต้องรับหน้าที่ขนย้ายร่างของหมีหิมะน้ำแข็งทั้งสามตัวแทนไปโดยปริยาย


“ทีนี้ นายอยู่เฉยๆนะ ฉันจะลองทำลายน้ำแข็งนี่ดู”เครมิสพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย โจ้กเกอร์จึงหยิบเอาหินแถวๆนั้นมากะเทาะกับน้ำแข็งบนร่างเครมิส


ไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย!!!


“ไม่มีประโยชน์ ขนาดเคียวของข้ายังทำอะไรไม่ได้ หินแค่นั้นไม่มีทางทำให้น้ำแข็งแตกได้แน่”หลงเฟยที่ขนย้ายร่างของน้องหมีเสร็จแล้วบอกเสียงเย็น


“แล้วจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย”เจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินทำหน้าบอกบุญไม่รับ


“ทำใจมั้ง ฮะๆ”หญิงสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มย้อนขำๆ


“เอาไฟลนน้ำแข็งดู”ชายหนุ่มหน้าสวยเสนอ


“เฮ้ย! แบบนั้นเครมิสก็สุกเป็นมื้อเย็นแทนปลาย่างอ่ะดิ”เรย์คุโวย


“น่าสนนะ”โจ้กเกอร์ยกมือจับคางอย่างใช้ความคิด


“อ่า......จะทำอะไรก็รีบทำเข้าเถอะ....เราหนาวแล้วนะ”เครมิสทำปากยื่น เมื่อไหร่เขาจะได้ออกจากน้ำแข็งบ้าๆนี่อ่ะ


หลงเฟยเดินไปหยิบกิ่งไม้มาแล้วจ่อเข้าไปในกองไฟให้ตรงส่วนปลายด้านหนึ่งของไม้ติดไฟ จากนั้นก็จิ้มกิ่งไม้ที่น้ำแข็งบนร่างของเครมิส


ปรากฏว่า......มันได้ผล น้ำแข็งเริ่มละลายแล้ว!!!


“ระวังจ่อไฟโดนเครมิสด้วยนะหลงเฟย”โจ้กเกอร์เตือน


เมื่อน้ำแข็งละลายหมด มังกรไฟก็ลุกขึ้นมาขยับยืดเส้นยืดสาย


“เฮ้อ! เมื่อกี้เมื่อยไปหมดเลยอ่า เรยีคาปูอูโม่ โจ้กคะนออีโต้ หลงเฟฟอนฟอนโน่”


ทั้งสามที่ถูกเครมิสเปลี่ยนชื่อหน้าดำทะมึน


ทำไมหนนี้ชื่อถึงถูกเปลี่ยนจนคล้ายยี่ห้ออาหารล่ะ?


“เอาเถอะ นายไปจับปลามาใหม่ก่อนละกัน”โจ้กเกอร์พยายามข่มใจแล้วเอ่ยบอก


เครมิสพยักหน้ารับแข็งขันแล้ววิ่งปรุ๊ดลงลำธารอีกครั้ง


“คราวนี้อย่าทำปลาตกอีกล่ะ”เรย์คุไม่วายกำชับ


“ยังไงก็ต้องทำหม้อไฟสินะ”หลงเฟยถอนหายใจ


“ทำไมล่ะ?”เรย์คุถาม


“หม้อมีฝา....”ชายหนุ่มหน้าสวยบอก


“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมีฝา?”เรย์คุทำหน้าฉงน


โจ้กเกอร์ยิ้มแล้วตอบแทน


“กลิ่นมันจะได้ไม่ฟุ้งกระจายเรียกหมีหิมะน้ำแข็งมาอีกยังไงล่ะ”


สาวน้อยเวทมนตร์พยักหน้าอย่างเข้าใจพลางหันไปมองเครมิสจับปลาโดยไม่คิดจะเข้าไปช่วยเหมือนทั้งสองคนที่นั่งข้างๆ


น้ำในลำธารตอนกลางคืนต้องเย็นมากแน่ๆ....ผิวของพวกเขาบอบบางจะตาย เว้นเครมิสไว้ละกัน เพราะหมอนั่นเป็นมังกรไฟ จับปลาแค่นี้คงไม่เป็นเป็นหวัดหรอก.....มั้ง



----------To be Continue-----------


แก้ไขล่าสุดโดย RUMINA เมื่อ Wed May 09, 2012 7:03 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
RUMINA
RUMINA

จำนวนข้อความ : 286
Join date : 25/04/2012
Age : 24

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  Zetsubou Semi Sat May 05, 2012 5:20 pm

Turn 4











หลังจากกินข้าวกินปลากันเสร็จ พวกเราก็รีบออกเดินทางต่อ



ระหว่างทางเจอมอนสเตอร์ก็ไม่เท่าไหร่หรอกนะ ปัญหาคือห้ามใช้เวทย์ ห้ามฆ่าพวกมัน แล้วก็ต้องคอยรักษากล่องไม่ให้มีแม้แต่รอยขีดข่วน บ้าเอ๊ย!
แต่ทว่าทางต่อจากนี้กับราบเรียบกว่าที่คิดไว้ เพราะมันไม่มีแม้แต่กระต่าย เสือ หมี หมู หมา กา ไก่ แมว จิ้งจก ตุ๊กแก แมลงสาบ ก็อตซิลล่า ไม่มีซักอย่าง!


แต่ก็เพราะมันเรียบ...มันเรียบเกินไป ลองนึกดูสิ ต้องย่ำเท้าไปตามหิมะมีขาว อากาศรอบด้านหนาวทรมานสุขภาพ รอบทางมีแต่หิมะ หิมะ หิมะ หิมะแล้วก็หิมะ


โอเค! มีต้นไม้นิดหน่อย แต่บนต้นไม้ก็ยังมีหิมะ หิมะ หิมะ หิมะ แล้วก็หิมะ ขนาดเงยหน้ามองท้องฟ้าก็ยังมีแต่หิมะ หิมะ หิมะ หิมะ แล้วก็หิมะ!!!
มันไม่มีอะไรจะบรรยายเพราะมันราบเรียบจนหน้าเบื่อขนาดยัยคนเขียนก็หมดมุขเพราะจะให้บรรยายการเดินย่ำเท้าไปตามทางเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา
เดินหน้าถอยหลังอย่างเดียวก็น่าเบี่อแย่ มันน่าเบื่อขนาดที่ผมมาฟลัดคำว่า’หิมะ’ได้ทั้งหมด17คำ!

แต่พอเดินไปได้ราวๆครึ่งชั่วโมงกว่าๆ หิมะที่ตกลงมาจากท้องฟ้าเป็นพักๆพลันหยุดกระทันหัน ตามทางเดินที่มีหิมะกองทับกันหนาๆเองก็ลดจำนวนลงเรื่อยๆ
จากที่ต้องออกแรงดึงเท้าขึ้นกลายเป็นเดินย่ำหิมะได้แบบสบายๆ


“อ่ะ! นั่น”หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มชี้ไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้า”ใช่ปราสาทขาวหรือเปล่า”

สายตาทุกคู่จ้องไปยังทิศทางที่โจ๊กเกอร์ชี้ มันเป็นยอดหอคอยแหลมสูงลิบลิ่ว ใช่แล้ว ยอดปราสาทนั่นเอง!

“ว้าว ~ โจ๊กเกอร์เรนาลูโวสายตาดีจังเลย!” เครมิสอุทานด้วยความตื่นเต้น

“คงจะใช่” หลงเฟยหรี่ตามองยอดหอคอยไปสักพัก ก่อนจะเสริมว่า”ตรงไปอีกประมาณ700เมตรน่าจะถึงตัวปราสาท”

700เมตร? งั้นก็ไม่ไกลมาก อา~! ในที่สุดก็จะได้เอากล่องบ้านั่นไปส่งซะที!

เมื่อพวกเรายิ่งเดินเข้าใกล้ปราสาทขาวมากขึ้นเท่าไหร่ จากที่เห็นเป็นปลายยอดเล็กๆ ก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้าใกล้มากขึ้นอีกก็เริ่มเห็นตัวปราสาท

ปราสาททรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสไตล์โกธิคสีขาวล้วน มีหอคอยและป้อมปราการประดับรอบด้าน ปลายปราสาทเป็นยอดแหลมเพื่อป้องกันไม่ให้หิมะทับถม

เรียกได้ว่าเป็นปราสาทที่เข้ากันดีกับป่าหิมะต้องสาปนี่ซะจริงๆ…

ในที่สุดพวกเราก็เดินมาถึงจุดหมาย… หน้าปราสาทที่มีประตูไม้สีน้ำตาลเก่าแก่อันใหญ่ยักษ์ที่ไม่รู้จะสร้างให้มันใหญ่ไปทำไมนักหนา แล้ว…






แล้ว…











แล้ว…












แล้ว…?










แล้วไงต่ออ่ะ!!?


พวกเรายืนเซ่อกันอยู่หน้าประตู ใช่! มาถึงแล้วจะทำไงต่อ เคาะประตูก๊อกๆรอเลดี้มารีอามาเปิดให้? หรือจะพังประตูเข้าไป? เกิดในนั้นมีกับดักกันขโมยขึ้นาทำไงอ่ะ?
ในขณะที่พวกเรายังยืนเซ่อกันอยู่นั้นเอง หลงเฟยก็เดินไปยังมุมขวาของประตู

เหอ? นั่นนายคิดจะทำอะไรน่ะ จะแงะประตูเรอะ!?

หลงเฟยใช้มือคลำๆไปตามพื้นไม้ ก่อนจะเจอร่องบางอย่างแล้วใช้มือแงะขึ้นมา เพียงแค่แงะเบาๆร่องนั้นมันก็เปิดขึ้นมาเองอัติโนมัติเหมือนเป็นฝาเปิด
สิ่งที่อยู่ภายใต้ฝาเปิดนั่นเป็นปุ่มที่เทานูนๆ หลงเฟยใช้มือกดปุ่มลงไปอย่างไม่ลังเล

ทันทีที่ปุ่มถูกกดลงไปก็มีเสียงทุ้มต่ำดังไปทั่วทั้งบริเวณ




“ปิ๊ง~~~~~ป๊อง~~~~”





เสียงที่ฟังคุ้นหูแบบนี้ ใช่แล้ว! มันคือเสียง’กริ่งมาตรฐานตามบ้าน’

หน้าผมช็อกค้างไป10วิฯ

เอ่อ… เดี๋ยวนะ ปราสาทแบบโบราณมีกริ่งด้วยเว้ยเฮ้ย!!? มันดูขัดๆกันไปหน่อยรึเปล่า


“นั่นใคร?” ไม่นานนักก็มีเสียงตอบกลับมา เสียงของผู้พูดเป็นเด็กสาวอ่อนวัย แต่ทว่ากลับฟังดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก

ผมมองตามที่มาของเสียง ก่อนจะพบว่าเอ่อ... เสียงมันมาจากไอ้ร่องที่หลงเฟยแงะเจอปุ่มเมื่อกี้ มันมีรูเล็กๆ4รูเรียงกันเป็นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสอยู่ด้านข้าง
เสียงมันมาจากไอ้รูนี้นี่แหล่ะ

ผมแทบทรุด ปราสาทโบราณสไตล์โกธิคนี่นอกจากจะมีกริ่งแล้วยังมีสปีคเกอร์อีกแหน่ะ! ไฮเทคเกินไปแล้ว!

พวกเราพร้อมใจกันเงียบกริบเพื่อไม่ให้บรรยากาศเสีย ก่อนจะยกหน้าที่ผู้พูดให้กับโจ๊กเกอร์ (โดยหน้าที่ปิดปากเครมิสให้เงียบนั้นเป็นของหลงเฟย)

“พวกเราเอาของมาส่งค่ะ”โจ๊กเกอร์ตอบเสียงเรียบโดยไม่ลืมเติมคำสุภาพลงไปด้วย”จากคุณ’ปิเอโร่ โซเรน เอล เพโทรน’ค่ะ”


เธอไม่ลืมเน้นย้ำชื่อของปิเอโร่ในท้ายประโยค อย่างที่คิด ประตูบานใหญ่เปิดต้อนรับพวกเราในทันที



ทันทีที่ประตูเปิดออกก็เผยให้เห็นร่างที่ยืนรออยู่หลังประตู เธอเป็นเด็กสาวอายุราวๆ12ปี ดวงตาสีแดงราวกับรูบี้ในเกมแร็คนาร็อค เรือนผมสีไวท์ช็อกโกแล็ต
ที่ผสมน้ำตาล38% นมผง28.6% โกโก้บัตเตอร์21% แล้วอีก12.4%หายไปไหนฟะ ข้างกล่องไวท์ช็อกโกแล็ตยี่ห้อMorin*ga Dars มันเขียนไว้แบบนี้อ่ะ…
เฮ้ย อยากรู้จริงๆนะเนี่ยไอ้ 12.4%ที่หายไปมันคืออะไร น้ำเปล่า? วิตามิน? เครื่องปรุงรส? สารเคมีX? สารพัดของกุ๊กกิ๊ก? ทำไมมันไม่ยอมใส่ไว้ เห็นแบบนี้แล้วมันคาใจ!
หา? อะไร จะบอกว่าไวท์ช็อกโกแล็ตมันสีขาว ไม่ใช่สีเหลือง? ลองไปดูกันดีๆสิฟะไอ้พวกบ้า! ไวท์ช็อกโกแล็ตน่ะถึงมันจะชื่อว่า’ไวท์’ก็เถอะ
แต่มันจะมีสีเหลืองปนอยู่เพราะมันใส่โกโก้บัตเตอร์ลงไป ว่าแต่ทำไมต้องชื่อไวท์ช็อกโกแล็ตในเมื่อมันมีสีเหลือง น่าจะชื่อเยลโล่ว์ช็อกโกแล็ตมากกว่าแฮะ…



เอ่อ… เดี๋ยวนะ นี่ผมถึงไหนแล้วเนี่ย!?


อ่ะ! ใช่ๆ สาวน้อยคนนั้นใส่ชุดโลลิต้าสีขาวประดับด้วยลูกไม้และระบายทั่วทั้งตัว ดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดู แต่ใบหน้าคุณเธอนั้นไม่รับแขกเลยซักนิด
เชิดคางใส่ทุกคนอย่างเหย่อหยิ่ง ทำให้จากหน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตากลายเป็นน่าถีบ…เอ๊ย!น่าเกรงขามแทน แทน

(โอเค เหมือนผมจะติดนิสัยเห็นใครน่าเกรงขามแล้วไม่กลัวแต่อยากพุ่งไปถีบแทน นิสัยนี้มันแก้ไม่หายจริงๆ)


เธอคือเลดี้ มารีอา เจมส์ เพโทรน แม่ของปิเอโร่นั่นเอง!



อ่า..เอาตรงๆเลยนะ คุณเธอก็น่ารักดี เหมือนเป็นสาวน้อยโลลิวัย12 เชิดๆสไตล์คุณหนูน่าถีบ…อะแฮ่ม! สไตล์คุณหนูผู้ดี ถ้ามัดโพนี่เทลล์จะยิ่งแจ่ม
แต่จากอายุคุณเธอที่ปาเข้าไป100กว่าปีแถมมีลูกแล้วทำเอาผมหมดความสนใจไปทันที


“ของล่ะ?”เลดี้มารีอาปรายตามองอย่างเย็นชา ผมคิดไปเองรึเปล่านะที่เห็นเธอ เอ่อ…? แอบยิ้มออกมา
“นี่ค่ะ” โจ๊กเกอร์ยื่นกล่องให้ โดยไม่ลืมฉีกยิ้มเป็นมิตรตามมารยาท ถึงรอยยิ้มของเธอจะกระตุกๆเพราะไม่เต็มใจก็เถอะ

เลดี้มารีอารับกล่องไปด้วยที่ไม่สังเกตุเห็นรอยยิ้มกระตุกๆของโจ๊กเกอร์เลยซักนิด ก่อนจะรีบหันหลังกลับเข้าประตูไปในทันที

ผมแอบหน้าเหวอเล็กน้อย เพราะวินาทีที่คุณเธอรับกล่องแล้วหันหลังกลับไปนั้นเธอยิ้มจนแก้มปริ

“ขอบใจสำหรับของ”เธอกล่าวลาตามมารยาทแล้วรีบเดินดุ่มๆจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ประตูปราสาทปิดไปอย่างช้าๆ
ดูท่าจะแอบไปดูของขวัญจากลูกชายคนเดียวสินะ สงสัยจะเป็นคุณแม่ติดลูกแหง


แต่เดี๋ยวก่อน…? แค่นี้อ่ะ? รับของแล้วเดินหนีเข้าบ้าน ปิดประตูจบ ไม่คิดจะเชิญเข้าบ้านไปพักผ่อนกันหน่อยเรอะ!? เจ้าบ้านประเทศไหนทำกันแบบนี้เนี่ย!


เธอทิ้งให้พวกเรา4คนยืนเหวอกันอยู่หน้าประตู โจ๊กเกอร์เลยเริ่มบ่นคนแรก
“อะไรของยัยนี่เนี่ย รับของไปแล้วก็กลับเข้าบ้านไปเฉยเลย”

เครมิสเอียงคออย่างไม่เข้าใจ ดูเหมือนจะอัดอั้นกับคำถามนี้มานานแล้ว(แต่ไม่ได้ถามเพราะหลงเฟยปิดปากเจ้าตัวอยู่)“นี่ๆ นึกว่าเลดี้มารีอาโรเวก้าจะเป็นป้าแก่ๆซะอีก
ทำไมเด็กจังล่ะ หรือว่าเป็นลูกอีกคนของเลดี้มารีอาโรเวก้า?”

แต่ทว่าไม่มีใครตอบคำถามของเครมิสเลย ผมจึงตัดบทเขา”ช่างเถอะ แบบนี้ก็ดีแล้ว รีบๆกลับกันดีกว่า”

“นั่นสินะ”โจ๊กเกอร์พยักหน้าเห็นด้วย

“เราก็อยากกลับไปกินเนื้อเร็วๆเหมือนกัน!”เครมิสตอบกลับอย่างร่าเริง

ส่วนหลงเฟยนั้นยังคงประหยัดคำพูดตีหน้านิ่งสนิทเช่นเคย ก่อนจะเดินนำหน้าไป



.


.

.



ขากลับนั้นน่าเบื่อเช่นเดียวกับขามา
หลังจากพ้นบริเวณปราสาทที่หิมะน้อยๆเดินง่าย กลายเป็นทางเดินที่กองทับถมไปด้วยหิมะ หิมะ หิมะ หิมะ หิมะ หิมะ หิมะ แล้วก็หิมะให้ฟลัดคำเล่นอีกรอบ

เพียงแต่มันง่ายกว่าเดิมเยอะ เพราะไม่ต้องคอยพะวงเรื่องกล่องจะเสียหาย ระหว่างทางพวกเราพยายามหลบสัตว์ป่า(ถึงจะเห็นแค่แวบๆก็เถอะ)
เพราะสภาพพวกเราอย่าว่าแต่กระต่ายกินคนทั้งฝูงเลย แค่ 5ตัวก็สู้ไม่ไหวแล้ว

ทันใดนั้นเอง…



สวบ!


หลงเฟยที่เดินนำหน้าอยู่คนแรกอยู่ดีๆก็ทรุดลงไป
ไม่..ไม่ใช่ทรุด แต่เขากำลัง’จม’ลงไปใต้กองหิมะทีละนิดๆต่างหาก!

“อย่าเข้ามา! มันเป็นโคลนหิมะดูด!!” หลงเฟยตะโกนเสียงดังอย่างที่ไม่ค่อยทำบ่อยนักทำให้เครมิสที่กำลังจะเข้าไปช่วยชะงักกึกทันที

“โคลนดูดมันคืออะไรอ่ะ กินได้เปล่า?”เครมิสเอียงคอด้วยความสงสัย ทำเอาผมกับโจ๊กเกอร์แทบหน้าทิ่ม


มันใช่เวลามาถามมั้ยเนี่ย!


หลงเฟยที่จมอยู่ในโคลนหิมะดูดไปจนหลงเฟยหน้าทะมึนไปครึ่งแถบ แต่ก็ยังอุตส่าห์แบ่งเวลามาตอบคำถาม “กินไม่ได้ เอาเป็นว่ามันเป็นที่ๆเจ้าเหยียบแล้วตัวจะจมลงไป ขึ้นมาไม่ได้น่ะ”
“จับไว้!”โจ๊กเกอร์โยนเชือกไว้ให้หลงเฟยจับก่อนจะออกแรงดึง

แน่นอนว่าหลักการเอาตัวรอดจากโคลนดูดหรือทรายดูดนั้นคือต้องพยายามราบไปกับพื้น จะใช้วิธีนั่งลงหรือนอนลงก็ได้ อัตราการจมจะช้าลง
แล้วเคลื่อนตัวออกจากบริเวณนั้นช้าๆ แต่สถานการณ์ตอนนี้ใช้วิธีดึงขึ้นน่าจะง่ายกว่า


เหมือนหลงเฟยจะรู้วิธีการเอาตัวรอดจากโคลนดูดเหมือนกัน เขาจับเชือกนั่งลงใต้โคลนดูดทำให้ตัวลอยขึ้นมาช้าๆและดึงขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม
ผมกับเครมิสรีบเข้าไปช่วยโจ๊กเกอร์ดึงอีกแรงไม่นานสองคนหนึ่งมังกรก็ช่วยกันดึงหลงเฟยขึ้นมาได้สำเร็จ

“แล้วเอาไงต่อ”โจ๊กเกอร์หอบแฮก ในขณะที่ผมกับเครมิสสภาพไปต่างกัน

หลงเฟยปัดหิมะออกจากตัวด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกเช่นเคย ราวกับไม่เคยจมอยู่ในโคลนหิมะเย็นๆมาก่อนแล้วตอบเสียงเรียบ
“ไม่แน่ใจว่าโคลนหิมะดูดกินพื้นที่ขนาดไหน คงต้องค่อยๆเอาไม้แตะๆตามพื้นดูแล้วเดินผ่านน่ะ”

พวกเราหยิบท่อนไม้ขึ้นมาคนละอัน ก่อนจะก้าวเดินก็เอาท่อนไม้ไปจิ้มๆหิมะดูก่อน พอลองจิ้มพื้นสำรวจรอบบริเวณดูแล้วพวกเราก็พบว่าแอ่งโคลนหิมะดูดไม่ใหญ่เท่าไหร่
รอบด้านเป็นหิมะปกติเดินผ่านไปได้



ถึงพวกเราจะเดินผ่านโคลนดูดมาแล้วก็เถอะ แต่ก็ยังไม่วางใจ อาจจะโคลนดูดบริเวณอื่นอีกก็ได้ สุดท้ายพวกเราก็เอาไม้จิ้มๆระวังโคลนดูดกันตลอดทางราวๆ1ชั่วโมง
เมื่อมั่นใจว่าพ้นบริเวณที่ดินทรุดและมีโคลนดูดไปแล้วก็โยนท่อนไม้ทิ้งแล้วเดินต่ออย่างวางใจ



เฮ้อ… เมื่อไหร่จะถึงโรงแรมเนี่ย หนาวจะแย่อยู่แล้ว อยากกลับไปนอนแช่น้ำยาฆ่าเชื้อแล้ว อ๊ากกกก!!

.

.

.

เมื่อกลับมาถึงที่โรงแรม คนอื่นไปรายงานผลเควสและรับของรางวัลกับปิเอโร่ ส่วนผมรีบดิ่งไปยังตึกพยาบาลทันที ส่วนนี้อยากทำแผลให้เร็วที่สุด อ๊ากก แสบจะแย่!!

ยังไม่ทันจะเริ่มแข่งจริงผมก็บาดเจ็บไปหลายรอบแล้ว ตอนแข่งจริงผมจะเหลือมั้ยเนี่ย







เมื่อลองนึกย้อนดูแล้ว ชีวิตในไมนัสนี่ก็สนุกไม่เลว



ได้ไปทำภารกิจร่วมกับคนแปลกหน้า ได้รู้จักผู้คนที่นิสัยแตกต่างกันออกไป


แต่ว่าผมยังมีโลกเดิม ยังมีครอบครัวและเพื่อนรอคอยอยู่


ในที่สุด ผมก็ต้องฟาดฟันกับเพื่อนที่เคยร่วมภารกิจกันมา เพื่อถอนคำสาปและกลับไปยังโลกเดิม



ช่างมัน! ไว้ถึงตอนแข่งค่อยไปเครียดอีกที!!!




***********************************************************






ตอนแถม









เลดี้มาริอาฉีกยิ้มออกมา ก่อนจะมองของขวัญจากลูกชายของตนเองแน่นอนว่าเธอดีใจกับของขวัญชิ้นนี้มาก

นานแล้วนะ โซเรน ที่ลูกไม่เคยมาเยี่ยมแม่

แม้ว่าเธอจะแอบเศร้าที่โซเรนไม่ได้เอาของมาส่งเองก็เถอะ แต่แค่นี้ก็ดีแล้ว เธอรู้ดีว่าลูกชายของตนนั้นไม่ว่าง

แต่เดี๋ยวก่อนนะ!?

ความคิดแปลกๆแวบเข้ามาในหัวของเธอ

ทำไมถึงไม่ว่างหา โซเรน! เพราะยัยคู่หมั้นนั่นใช่มั้ย!?

เลดี้มารีอากำมือแน่นด้วยความโกรธแค้น ส่งผลให้พายุหิมะโหมกระหน่ำรอบๆปราสาทของเธอในทันที


ยัยคู่หมั้นตัวแสบ! ซักวันฉันจะกำจัดเธอให้ได้!!!


เลดี้มารีอาประกาศก้อง เกรงว่าการที่ปิเอโร่นำของขวัญมาให้เธอในครั้งนี้จะเป็นการเติมเชื้อไฟซะแล้วสิ… เฮ้อ~








----------The End----------



แก้ไขล่าสุดโดย gizzza เมื่อ Thu May 10, 2012 12:27 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
Zetsubou Semi
Zetsubou Semi

จำนวนข้อความ : 74
Join date : 25/04/2012
Age : 25

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  Blackless Sat May 05, 2012 8:12 pm

อ้า....ไม่ทันแหล่ว... แต่ไม่เป็นไรเหอะ..ดูน่าจะหนุกกว่า=w=
Blackless
Blackless

จำนวนข้อความ : 34
Join date : 25/04/2012

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  RUMINA Tue May 08, 2012 10:57 pm

เลือดของ?!!!!//เราต้องไปแต่งสินะคะ-0-;
RUMINA
RUMINA

จำนวนข้อความ : 286
Join date : 25/04/2012
Age : 24

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  DarkPhoenix Tue May 08, 2012 11:02 pm

ชาแต่งดีกว่าคราวก่อนอีกอะ >w< (หมายถึงคราวกุหลาบนะ รอบมาเรียมันวัดยากเพราะสั้น)

เดี๋ยวไว้วิจารณ์เต็มๆ ทีเดียวทุกคนแล้วกัน(ไม่งั้นเราจะลืมเองว่าเขียนไรไปบ้าง)

แต่ขอชมเลยว่าแต่งดี >w<

คำผิดเห็นนิดหน่อยนะ แต่ไว้จะดูให้อีกทีตอนวิจารณ์

DarkPhoenix
DarkPhoenix

จำนวนข้อความ : 291
Join date : 25/04/2012

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  Chalela Tue May 08, 2012 11:13 pm

DarkPhoenix พิมพ์ว่า:ชาแต่งดีกว่าคราวก่อนอีกอะ >w< (หมายถึงคราวกุหลาบนะ รอบมาเรียมันวัดยากเพราะสั้น)

เดี๋ยวไว้วิจารณ์เต็มๆ ทีเดียวทุกคนแล้วกัน(ไม่งั้นเราจะลืมเองว่าเขียนไรไปบ้าง)

แต่ขอชมเลยว่าแต่งดี >w<

คำผิดเห็นนิดหน่อยนะ แต่ไว้จะดูให้อีกทีตอนวิจารณ์



ขอบคุณจ้าๆ > <

ส่วนคำผิด...<<<<<<ไม่ได้ทวนเลยแม้แต่น้อย
Chalela
Chalela

จำนวนข้อความ : 158
Join date : 25/04/2012
Age : 22

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  DarkPhoenix Tue May 08, 2012 11:15 pm

จับมือ...แพรก็ไม่ได้เช็ค = ="
DarkPhoenix
DarkPhoenix

จำนวนข้อความ : 291
Join date : 25/04/2012

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  Chalela Tue May 08, 2012 11:35 pm

DarkPhoenix พิมพ์ว่า:จับมือ...แพรก็ไม่ได้เช็ค = ="

ยาวเหยียดขนาดนั้นชาคงไม่ไปเช็คหรอก...
Chalela
Chalela

จำนวนข้อความ : 158
Join date : 25/04/2012
Age : 22

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  Chalela Tue May 08, 2012 11:37 pm

RUMINA พิมพ์ว่า:เลือดของ?!!!!//เราต้องไปแต่งสินะคะ-0-;


เชิญเลยยยยย
Chalela
Chalela

จำนวนข้อความ : 158
Join date : 25/04/2012
Age : 22

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  DarkPhoenix Tue May 08, 2012 11:37 pm

ถูกต้องที่สุด =w=

แม้ครั้งนี้เราจะเขียนสั้นหน่อย แต่ก็ยังขี้เกียจอ่านทวนอยู่ดี (ขี้เกียจได้โล่)
DarkPhoenix
DarkPhoenix

จำนวนข้อความ : 291
Join date : 25/04/2012

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  Chalela Tue May 08, 2012 11:41 pm

DarkPhoenix พิมพ์ว่า:ถูกต้องที่สุด =w=

แม้ครั้งนี้เราจะเขียนสั้นหน่อย แต่ก็ยังขี้เกียจอ่านทวนอยู่ดี (ขี้เกียจได้โล่)

ขี้เกยีจแล้วเละ... // นอนตาย
Chalela
Chalela

จำนวนข้อความ : 158
Join date : 25/04/2012
Age : 22

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  DarkPhoenix Tue May 08, 2012 11:48 pm

นั่นสินะ ต้องพยายามทำตัวขยันๆ หน่อยแล้ว อย่างน้อยก็ตอนแข่ง =w=
DarkPhoenix
DarkPhoenix

จำนวนข้อความ : 291
Join date : 25/04/2012

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  Chalela Tue May 08, 2012 11:52 pm

DarkPhoenix พิมพ์ว่า:นั่นสินะ ต้องพยายามทำตัวขยันๆ หน่อยแล้ว อย่างน้อยก็ตอนแข่ง =w=

ตรวจมันทุกรายละเอียดไปเลย! *^*
Chalela
Chalela

จำนวนข้อความ : 158
Join date : 25/04/2012
Age : 22

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  DarkPhoenix Tue May 08, 2012 11:56 pm

งืมๆ สู้ตายยยย
DarkPhoenix
DarkPhoenix

จำนวนข้อความ : 291
Join date : 25/04/2012

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  Chalela Tue May 08, 2012 11:59 pm

DarkPhoenix พิมพ์ว่า:งืมๆ สู้ตายยยย


ฮู่เล้วววววว TWTo<<<นั่งทำการบ้าน
Chalela
Chalela

จำนวนข้อความ : 158
Join date : 25/04/2012
Age : 22

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  RUMINA Wed May 09, 2012 7:56 am

เอาช่วงที่ตัดไปของโจ้กเกอร์มาเลยหรือว่าคิดใหม่เลยดีกว่านะ?//คิดหนัก


แม่น้ำในป่าหิมะไม่เป็นนำแย็งไปแล้วหรอ? แล้วโจ้กเกอร์มีบาดแผลยังไม่ได้โปะใบไม้เหมือนเรย์คุเลยอ่า


งั้น....เอาเป็นตอนที่ตัดไปของท่านชาร์มาแก้ไขดัดแปลงดีมั้ยน้า?
RUMINA
RUMINA

จำนวนข้อความ : 286
Join date : 25/04/2012
Age : 24

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  DarkPhoenix Wed May 09, 2012 11:57 am

ถ้าเอาช่วงจากชาจังก็ก๊อปเนื้อหาจากกระทู้ชามาลงด้วยจะได้เป็นทราบกันเน้อ =w=
DarkPhoenix
DarkPhoenix

จำนวนข้อความ : 291
Join date : 25/04/2012

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  Chalela Wed May 09, 2012 5:42 pm

ตามใจอายเลยถ้าบางส่วนที่คิดว่าแปลกๆจะแก้ก็ได้ เพราะยังไงถ้าถูกปรับให้ดีขึ้นก็ดีเหมือนกัน

อย่างเช่นอาจจะเติมไปว่าโจ๊กเกอร์ไม่อยากโปะแผลเลยไปหาฟืนแทนก็ได้ หรือถ้าจะแต่งเองแล้วเอาพล็อตชาไปเป็นตัวอย่างก็ไม่มีปัญหา><
Chalela
Chalela

จำนวนข้อความ : 158
Join date : 25/04/2012
Age : 22

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  RUMINA Wed May 09, 2012 7:06 pm

เสร็จแล้ววววววววววววววว
RUMINA
RUMINA

จำนวนข้อความ : 286
Join date : 25/04/2012
Age : 24

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  RUMINA Thu May 10, 2012 8:19 am

เทิร์นของพี่เซมิมีอยู่จุดหนึ่งที่พิมพ์นื้เอเรื่องแปลกๆนะคะ

แต่เป็นเทิร์นที่.....สนุกมากเลยล่ะ!!!
RUMINA
RUMINA

จำนวนข้อความ : 286
Join date : 25/04/2012
Age : 24

ขึ้นไปข้างบน Go down

[Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว Empty Re: [Normal Quest]นำของไปส่งที่ปราสาทขาว

ตั้งหัวข้อ  DarkPhoenix Thu May 10, 2012 2:27 pm



วิจารณ์ by DarkPhoenix


turn 1 เขียนเอง ข้ามๆ


วิจารณ์ Turn2 ชาจัง

นับเป็นหนึ่งคนที่เขียนดีเลยทีเดียว ตอนรอบมาเรียเห็นไม่เด่นชัดเพราะตอนมันสั้น แต่คราวนี้ยาวจัดเต็มขอคาระวะ
เขียนได้ดีขึ้นจากตอนเควสกุหลาบนะ พัฒนาๆ >w< อ่านแล้วค่อนข้างโอเคเลยในหลายด้านๆ คือไม่ใช่เก่งด้านเดียว ด้านอื่นเละอะไรทำนองนั้น จุดที่ขอชมคือการตัดฉากจบที่ทำได้ลงตัว ส่งเทิร์นต่อให้คนอื่นอย่างพอดี

ฉากบู๊ก็เขียนเยอะเอาการ นับว่าจะได้ฝึกแนวการเขียนใหม่ๆ ตัวละครสื่ออารมณ์ออกมาได้ชัดเจน ไม่หลุดคาแรกเตอร์นัก


คำผิด/คำตก/ปรับประโยค/อื่นๆ


ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าสวยปิ๊งๆ หันกลับมาด้วยสีหน้าราบเรียบที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้(ไม่)ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่รู้ทำไมที่สีหน้าเย็นชาของเจ้าตัวมักไปยั่วโมโหเรย์คุบ่อยๆ เขาตอบว่า

“ปล่อยเจ้านั่นซะ!” โจ้กเกอร์วิ่งเข้าไปแงะมือหนึบๆ ของเจ้ามังกรที่ทั้งโง่และบ้าออกจากกระต่าย แต่เพราะแรงที่มีมากกว่าของอีกฝ่ายทำให้เธอทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

เจ้ากระต่ายนั่น(นั้น)ก็คือกระต่ายกินคนอย่างแน่นอน! มันรอเวลาที่หลงเฟยจะทิ้งเรย์คุไว้คนเดียวตั้งนานแล้วสินะ!

ไอ้พื้นนี่ถูกเหยียบไปเหยียบมาตั้งไม่รู้กี่ครั้งแถมเจ้ากระต่ายนั่นก็ทำ(น้ำ)ลายหยดแถวนี้ซะอีก!”

ส่วนพวกที่เล็ด(เหลือ)ก็ให้โจ้กเกอร์จัดการ (ไม่งั้นก็เป็น เล็ดลอด)

เรย์คุคิดสักพักก่อนที่จะหน้าบูดทำตามแต่โดยดี

ถ้าเป็นปกติเขาคงเข้าไปฟัดก็(กับ)เจ้าหน้าสวยนี่ไปนานแล้ว!


ขี้เกียจแก้แล้ว เอาถึงแค่นี้แหละ ไปดูเอาเองแล้วกันนะ =w="


คะแนน จิ้มใน spoiler นะ

Spoiler:



Turn 3 อาย


การเขียนออกแปร่งๆ ที่ชอบให้ความคิดในใจอยู่บรรทัดเดียวกับภาคบรรยาย มันเลยปนกันระหว่างบุรุษ 1 และ 3 แต่นับว่าพัฒนาเยอะเมื่อเทียบกับรอบแรกที่เล่น ตอนนั้นพี่อ่านแล้วแอบกุมขมับเล็กๆ ตอนนี้อ่านแล้วแฮปปี้ดี ^^
เนื้อเรื่องนับว่าโอเค ไม่ดีถึงขีดสุด และไม่แย่อะไร จัดอยู่ในเกณฑ์ดี เพียงแต่ฉากบู๊ไรงี้สั้นไปหน่อยเหมือนจบง่ายๆ มียาสลบทุกอย่างจบ ซึ่งมันง่ายเกินไปหน่อย


คำผิด/คำตก/คำเติม/ตัด/อื่นๆ

“จะทำเท่แอ๊บแมนก็ดูสถานการณ์หน่อยสิ ถ้าฉันรู้ว่าแผลลึกขนาดนั้นฉันคงไม่ปล่อยให้นายมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่หรอกน่า!”

เครมิสพูดโดยไม่ใช่(ใช้)หัวคิดแม้แต่นิดเดียวเลยว่าจะไปทำได้ยังไง

กระเป๋านี่ซาไมร์ให้ข้ามา คุณสมบัติก็คือ ใส่สิ่งของมากเท่าไหน(ไหร่)ก็ได้.......เป้ของเครมิสเองก็เหมือนกับของข้านั่นล่ะ


คะแนน จิ้มใน spoiler นะ

Spoiler:



วิจารณ์ Turn 4 เซมิ


เทิร์นนี้ดูเอื่อยๆ เรียบง่ายไปในทันใดเพราะไม่มีตัวอะไรให้สู้ให้เจ็บตัวแล้ว ตอนแรกแอบคิดว่าพวกเขาจะได้วิ่งหนีหิมะถล่มด้วยเสียอีก ชิชะๆๆ แต่ก็เขียนออกมาได้ดี ขำเป็นช่วงๆ กับการบรรยายของเรย์คุซึ่งนั่นเป็นเอกลักษณ์ที่เราชอบเวลาอ่านงานของเซมิจังนะ

จุดที่ควรแก้...อืม...บางตอนขึ้นบรรทัดใหม่เร็วไปหน่อย คือเหมือนบางส่วนมันต่อกับประโยคก่อนหน้านี้ได้อะไรทำนองนั้น แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรเพราะเป็นการบรรยายแบบบุรุษ 1 อยู่แล้ว

กับบทนี้ดูเหมือนตัวละครจะไม่ค่อยมีบทบาทอะไรมาก หมายถึงตัวละครอื่นๆ นะ ถึงจะมีการแบ่งบทพูดแต่มันก็ดูเอื่อยๆ ไปนิดนึง อันนี้คงเกี่ยวกับสถานการณ์ตอนนั้นด้วยแหละที่มันไม่มีอะไรให้ทำ อาเมน


ที่แก้นะ

เชิดคางใส่ทุกคนอย่างเหย่อหยิ่ง (เย่อหยิ่ง)

ลดี้มารีอารับกล่องไปด้วยที่ไม่สังเกตุเห็นรอยยิ้มกระตุกๆของโจ๊กเกอร์เลยซักนิด (รับกล่องไปโดย)

หลงเฟยตะโกนเสียงดังอย่างที่ไม่ค่อยทำบ่อยนักทำให้เครมิสที่กำลังจะเข้าไปช่วยชะงักกึกทันที (เสียงดังอย่างที่ทำไม่ค่อยบ่อยนัก แบบนี้จะฟังเพราะกว่า)


อ่านเพลินเกินไปเลยไม่ทันดูคำผิดเท่าไหร่เลย อาเมน เลยหยิบยกมาได้แค่นี้ = ="


คะแนน จิ้มใน spoiler นะ

Spoiler:

DarkPhoenix
DarkPhoenix

จำนวนข้อความ : 291
Join date : 25/04/2012

ขึ้นไปข้างบน Go down

ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ